
เก็งกำไรคอนโด 2569 ขายใบจอง ขายดาวน์ ขายโอน ต่างกันยังไง คำนวณกำไรหลังหักภาษีแล้วคุ้มไหม
เก็งกำไรอสังหาฯ ในปี 2569 คุ้มเฉพาะกรณีที่ซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาดตั้งแต่วันแรก หรือขายก่อนโอนกรรมสิทธิ์แบบขายใบจองและขายดาวน์ ส่วนการซื้อโอนแล้วขายต่อภายใน 5 ปีต้องให้ราคาขึ้นเกิน 9-10% ถึงจะเท่าทุน เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ค่านายหน้า 3% และค่าโอนกินกำไรไปเกือบหมด ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้คำนวณจากราคากลางห้อง 1 ห้องนอน 5,390,000 บาทของประกาศขายจริง 135 รายการในพอร์ต SW19 เดือนกันยายน 2569
คนที่ได้กำไรจากการเก็งกำไรคอนโดมีจริง แต่ส่วนใหญ่ทำในช่วงที่ราคาเปิดตัวโครงการใหม่ต่ำกว่าราคาขายต่อในตลาดชัดเจน และขายออกก่อนวันโอน ปัญหาของคนที่ขาดทุนคือคิดจากส่วนต่างราคาอย่างเดียว ไม่ได้หักค่าเปลี่ยนสัญญา ค่านายหน้า ภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยระหว่างถือ และเวลาที่ห้องขายไม่ออก
บทความนี้แยกให้เห็นว่าการเก็งกำไรมีกี่รูปแบบ แต่ละแบบใช้เงินเท่าไรและเสียอะไรบ้าง การขายใบจองและขายดาวน์ทำงานอย่างไรตั้งแต่วันจองจนถึงวันเปลี่ยนชื่อในสัญญา ตัวอย่างคำนวณกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายและภาษีในสามสถานการณ์ และความเสี่ยงที่ทำให้แผนพัง สำหรับผู้ที่ต้องการเทียบว่าซื้อมาขายไปกับซื้อปล่อยเช่าหรือ REIT แบบไหนเหมาะกับตัวเอง อ่านภาพรวมได้ที่ทางเลือกลงทุนอสังหาฯ 2569
เก็งกำไรอสังหาฯ มีกี่แบบ
การเก็งกำไรอสังหาฯ ที่คนทั่วไปทำได้มีสี่แบบ คือขายใบจอง ขายดาวน์ ซื้อโอนแล้วขายต่อ และซื้อบ้านมือสองมาปรับปรุงแล้วขาย โดยสามแบบแรกต่างกันที่จังหวะขายว่าอยู่ก่อนหรือหลังวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งว่าต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดินหรือไม่ ยิ่งขายเร็วก่อนโอน เงินที่ใช้ยิ่งน้อยและค่าใช้จ่ายยิ่งต่ำ แต่กำไรต่อห้องก็จำกัดตามไปด้วย
| รูปแบบ | ขายตอนไหน | เงินที่ต้องใช้จริง | ค่าใช้จ่ายหลักตอนขาย | ระยะเวลาถือ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|---|
| ขายใบจอง | หลังวางเงินจอง ก่อนหรือทันทีหลังทำสัญญา | เงินจอง 5,000-100,000 บาท | ค่าเปลี่ยนสัญญาถ้าโครงการอนุญาต ภาษีเงินได้จากส่วนต่าง | วันถึงเดือน | คนที่จองได้ในรอบ VIP ราคาต่ำกว่ารอบเปิดขายทั่วไป |
| ขายดาวน์ | ระหว่างผ่อนดาวน์ ก่อนโครงการสร้างเสร็จ | เงินจอง สัญญา และเงินดาวน์ที่ผ่อนไปแล้ว รวมราว 10-15% ของราคา | ค่าเปลี่ยนสัญญา ค่านายหน้า ภาษีเงินได้จากส่วนต่าง | 1-3 ปี | คนที่ผ่อนดาวน์ไหวและมองว่าราคาตอนสร้างเสร็จจะสูงกว่าตอนเปิดตัว |
| ซื้อโอนแล้วขายต่อ | หลังรับโอนกรรมสิทธิ์ | เต็มราคาห้อง หรือเงินดาวน์บวกภาระกู้ | ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ถ้าถือไม่ถึง 5 ปี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าโอน ค่านายหน้า | เดือนถึงหลายปี | คนที่ซื้อได้ต่ำกว่าตลาดชัดเจน หรือถือปล่อยเช่าระหว่างรอ |
| ซื้อมาปรับปรุงแล้วขาย | หลังโอนและรีโนเวทเสร็จ | ราคาบ้านบวกงบรีโนเวท 10-30% ของราคา | เหมือนซื้อโอนแล้วขายต่อ บวกงบก่อสร้างที่บานปลาย | 6-18 เดือน | คนที่มีทีมช่างและประเมินราคาขายหลังปรับปรุงได้แม่น |
คำที่มักปนกันคือขายใบจองกับขายดาวน์ ใบจองคือเอกสารที่ได้หลังวางเงินจองห้องในโครงการใหม่ ยังไม่มีสัญญาจะซื้อจะขาย การขายใบจองจึงเป็นการโอนสิทธิในการเข้าทำสัญญาให้คนอื่น ส่วนขายดาวน์เกิดหลังเซ็นสัญญาและผ่อนเงินดาวน์ไปแล้วบางส่วน เป็นการโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจะซื้อจะขายทั้งฉบับให้ผู้ซื้อรายใหม่ ผู้ซื้อรายใหม่จ่ายคืนเงินที่ผ่อนไปแล้วบวกส่วนต่างที่ตกลงกัน แล้วรับหน้าที่ผ่อนดาวน์งวดที่เหลือและรับโอนกับโครงการเอง
ส่วนการซื้อโอนแล้วขายต่อเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เต็มรูปแบบ มีการจดทะเบียนที่กรมที่ดินสองครั้งคือตอนซื้อและตอนขาย จึงเสียค่าธรรมเนียมและภาษีทั้งสองขา รายละเอียดขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่จองถึงโอนอยู่ในขั้นตอนการซื้อ-ขายบ้าน/คอนโด จองถึงโอน และแบบซื้อบ้านมือสองมาปรับปรุงต้องดูงบและข้อกฎหมายการต่อเติมในรีโนเวทบ้าน 2569 ก่อนตัดสินใจ เพราะงบที่บานปลาย 20-30% เป็นเรื่องปกติของงานปรับปรุงบ้านเก่า
ซื้อใบจองขายต่อทำงานยังไง
การขายใบจองหรือขายดาวน์ทำงานโดยผู้จองเดิมหาผู้ซื้อรายใหม่ แล้วขอให้โครงการเปลี่ยนชื่อผู้จะซื้อในสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ซื้อใหม่จ่ายเงินที่ผู้จองเดิมจ่ายไปแล้วทั้งหมดบวกส่วนต่างที่ตกลงกันให้ผู้จองเดิมโดยตรง และจ่ายงวดดาวน์ที่เหลือกับค่าโอนให้โครงการต่อไป ทั้งกระบวนการไม่ผ่านกรมที่ดินเพราะยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากโครงการเสมอ เพราะสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาระหว่างผู้จองเดิมกับโครงการ
| ขั้นตอน | สิ่งที่เกิดขึ้น | เงินที่เกี่ยวข้อง (ห้อง 5,390,000 บาท) | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| 1. จองห้องในรอบเปิดขาย | เลือกห้อง วางเงินจอง ได้ใบจองที่ระบุเลขห้อง ราคา และวันทำสัญญา | เงินจอง 5,000-100,000 บาท | ใบจองต้องระบุเงื่อนไขคืนเงินและวันหมดอายุ ราคาโปรโมชันรอบ VIP ต้องเขียนไว้ชัด |
| 2. ทำสัญญาจะซื้อจะขาย | เซ็นสัญญามาตรฐานตามกฎหมายอาคารชุด จ่ายเงินทำสัญญา | เงินทำสัญญา 50,000-200,000 บาท มักนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของเงินดาวน์ | อ่านข้อสัญญาเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้จะซื้อ ค่าธรรมเนียม และช่วงเวลาที่ห้ามเปลี่ยน |
| 3. ผ่อนดาวน์ระหว่างก่อสร้าง | จ่ายงวดดาวน์รายเดือนจนครบ 10-15% ของราคา | รวม 539,000-808,500 บาท ผ่อน 24-36 งวด | งวดดาวน์ที่ค้างจ่ายอาจทำให้โครงการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงิน |
| 4. หาผู้ซื้อรายใหม่ | ประกาศขายเอง ผ่านนายหน้า หรือผ่านฝ่ายขายของโครงการถ้ามีบริการ | ค่านายหน้าถ้าใช้ ตกลงกันเป็นสัดส่วนของราคาหรือของส่วนต่าง | ผู้ซื้อรายใหม่ต้องกู้ผ่านตอนโอน ถ้าไม่ผ่านดีลล้มและเวลาเสียไป |
| 5. ทำบันทึกโอนสิทธิและเปลี่ยนชื่อที่โครงการ | สามฝ่ายเซ็นเอกสารเปลี่ยนแปลงผู้จะซื้อ โครงการออกสัญญาฉบับใหม่หรือบันทึกแนบท้าย | ค่าเปลี่ยนสัญญาตามที่โครงการกำหนด ตั้งแต่ไม่กี่พันถึงหลักหมื่นบาท หรือเป็นสัดส่วนของราคา | รับเงินจากผู้ซื้อใหม่ให้ครบก่อนเซ็นเปลี่ยนชื่อ หรือใช้วิธีจ่ายพร้อมกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่โครงการ |
| 6. ผู้ซื้อใหม่ผ่อนต่อและรับโอน | ผู้ซื้อใหม่จ่ายงวดที่เหลือ ยื่นกู้ และโอนกรรมสิทธิ์กับโครงการ | ค่าโอนและจดจำนองเป็นภาระผู้ซื้อใหม่ตามสัญญา | ผู้จองเดิมหมดภาระเมื่อเปลี่ยนชื่อเสร็จ ไม่ใช่เมื่อผู้ซื้อใหม่โอน |
เอกสารที่ผู้จองเดิมต้องเตรียมคือสัญญาจะซื้อจะขายฉบับจริง ใบเสร็จรับเงินทุกงวด บัตรประชาชน และหนังสือแสดงเจตนาโอนสิทธิตามแบบของโครงการ ส่วนผู้ซื้อรายใหม่ต้องเตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารรายได้เบื้องต้นเพราะบางโครงการตรวจคุณสมบัติกู้ก่อนยอมเปลี่ยนชื่อ ข้อสัญญาที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือเงื่อนไขเงินมัดจำและสิทธิบอกเลิก ซึ่งอธิบายไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย 2569
ด้านภาษี กำไรจากการขายใบจองหรือขายดาวน์ไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่มีภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย และไม่มีค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดิน แต่ส่วนต่างที่ได้รับเป็นเงินได้พึงประเมินของผู้ขายสิทธิ ต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีโดยหักค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง เช่น ค่าเปลี่ยนสัญญาและค่านายหน้า ถ้ามีหลักฐาน คนที่ขายดาวน์หลายห้องต่อปีควรเก็บเอกสารทุกใบ เพราะกรมสรรพากรตรวจย้อนหลังจากข้อมูลของโครงการได้
คำนวณกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย-ภาษี
ห้อง 1 ห้องนอนราคา 5,390,000 บาท ผ่อนดาวน์ 10% รวม 539,000 บาทเป็นเวลา 30 เดือน ถ้าขายดาวน์ได้ที่ราคาบวก 6% จะเหลือกำไรสุทธิหลังค่าเปลี่ยนสัญญาและภาษีราว 232,000 บาท คิดเป็น 43% ของเงินที่ลงไปหรือราว 17% ต่อปี แต่ถ้าราคาไม่ขึ้นเลยจะขาดทุนค่าเปลี่ยนสัญญาและเวลา และถ้าซื้อโอนแล้วขายต่อภายใน 2 ปีที่ราคาบวก 10% แบบใช้สินเชื่อ ผลลัพธ์คือขาดทุนราว 380,000 บาท ตัวเลขสองชุดนี้คือเหตุผลที่นักเก็งกำไรมืออาชีพเกือบทั้งหมดขายก่อนโอน
ตารางแรกคือการขายดาวน์ในห้าสถานการณ์ราคา สมมติค่าเปลี่ยนสัญญา 50,000 บาท ขายเองโดยไม่ผ่านนายหน้า และภาษีเงินได้จากส่วนต่างที่ฐานภาษี 15%
| ราคาขายดาวน์เทียบราคาเดิม | ส่วนต่างที่ได้รับ | หักค่าเปลี่ยนสัญญา | หักภาษีเงินได้ 15% ของกำไร | กำไรสุทธิ | ผลตอบแทนต่อเงิน 539,000 บาท (30 เดือน) |
|---|---|---|---|---|---|
| −3% (ต้องลดราคาเพื่อขายให้ทัน) | −161,700 บาท | −50,000 บาท | 0 | −211,700 บาท | −39.3% หรือ −15.7% ต่อปี |
| 0% (ขายเท่าทุน) | 0 | −50,000 บาท | 0 | −50,000 บาท | −9.3% หรือ −3.7% ต่อปี |
| +3% | 161,700 บาท | −50,000 บาท | −16,755 บาท | 94,945 บาท | 17.6% หรือ 7.0% ต่อปี |
| +6% | 323,400 บาท | −50,000 บาท | −41,010 บาท | 232,390 บาท | 43.1% หรือ 17.2% ต่อปี |
| +10% | 539,000 บาท | −50,000 บาท | −73,350 บาท | 415,650 บาท | 77.1% หรือ 30.8% ต่อปี |
ถ้าขายผ่านนายหน้าด้วยค่าตอบแทน 3% ของราคาห้อง คือราว 171,000 บาท กรณีบวก 3% จะกลายเป็นขาดทุนทันที และกรณีบวก 6% เหลือกำไรเพียงราว 87,000 บาท นี่คือเหตุผลที่คนขายดาวน์ส่วนใหญ่ตกลงค่านายหน้าเป็นสัดส่วนของส่วนต่างแทน หรือขายเองผ่านกลุ่มผู้ซื้อของโครงการนั้น
ตารางที่สองคือการซื้อโอนแล้วขายต่อภายใน 2 ปี ที่ราคาขาย 5,929,000 บาท (บวก 10%) โดยเทียบระหว่างซื้อเงินสดกับกู้ 80% ที่ดอกเบี้ย 5% และไม่ได้ปล่อยเช่าระหว่างถือ ค่าโอนตอนซื้อใช้อัตราลดหย่อน 0.01% ของปี 2569 ส่วนตอนขายใช้อัตราปกติเพราะมาตรการผูกกับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาและราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทเท่านั้น ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากราคาประเมินซึ่งสมมติให้เท่าราคาขายเพื่อให้เห็นกรณีสูงสุด
| รายการ | ซื้อเงินสด | กู้ 80% ดอกเบี้ย 5% |
|---|---|---|
| ส่วนต่างราคาขาย (5,929,000 − 5,390,000) | +539,000 บาท | +539,000 บาท |
| ค่าโอนและจดจำนองตอนซื้อ (0.01% ตามมาตรการ) | −539 บาท | −970 บาท |
| ค่าตกแต่งขั้นต่ำเพื่อให้ขายได้ | −100,000 บาท | −100,000 บาท |
| ค่าส่วนกลาง 2 ปี (50 บาท/ตร.ม. × 35 ตร.ม.) | −42,000 บาท | −42,000 บาท |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ 2 ปี | 0 | −424,000 บาท |
| ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขาย (ถือไม่ถึง 5 ปี) | −195,657 บาท | −195,657 บาท |
| ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ถือ 2 ปี หักค่าใช้จ่ายเหมา 84%) | −64,864 บาท | −64,864 บาท |
| ค่าธรรมเนียมโอนตอนขาย (แบ่งครึ่ง 1%) | −59,290 บาท | −59,290 บาท |
| ค่านายหน้าขาย 3% | −177,870 บาท | −177,870 บาท |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | −101,220 บาท | −525,651 บาท |
แม้ราคาจะขึ้นถึง 10% ใน 2 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าตลาดคอนโดกรุงเทพส่วนใหญ่ในช่วงหลัง การซื้อโอนแล้วขายต่อยังขาดทุนทั้งสองกรณี จุดคุ้มทุนของแบบเงินสดอยู่ที่ราคาขึ้นราว 12% และแบบกู้ 80% อยู่ที่ราว 20% ตัวเลขที่เปลี่ยนภาพได้คือการปล่อยเช่าระหว่างถือ ซึ่งห้องนี้ให้ค่าเช่ากลาง 24,000 บาทต่อเดือน หรือราว 409,000 บาทสุทธิใน 2 ปีหลังหักค่าใช้จ่าย ทำให้กรณีเงินสดพลิกเป็นกำไรราว 300,000 บาท แต่ก็เท่ากับผลตอบแทนปีละไม่ถึง 3% ซึ่งต่ำกว่าการถือปล่อยเช่ายาวตามที่คำนวณไว้ในลงทุนคอนโดปล่อยเช่า 2569
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตารางหักค่าใช้จ่ายตามปีถือครอง และข้อยกเว้นเมื่อมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี อยู่ครบในภาษีขายบ้าน-ขายที่ดิน 2569 ส่วนค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองทั้งอัตราปกติและอัตราลดหย่อนดูที่ค่าโอนบ้าน-ที่ดิน 2569 ตัวเลขทั้งสองหน้าคือสิ่งที่ต้องกรอกลงตารางก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
สูตรจำง่ายสำหรับการซื้อโอนแล้วขายต่อภายใน 5 ปีคือต้นทุนขาออกรวมประมาณ 8.5-9% ของราคาขาย (ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ภาษีหัก ณ ที่จ่ายราว 1-1.5% ค่าโอนครึ่งหนึ่ง 1% และค่านายหน้า 3%) บวกต้นทุนถือครองต่อปี ดังนั้นราคาต้องขึ้นเกิน 10% บวกอีกปีละ 1-5% ตามสัดส่วนกู้ถึงจะเริ่มมีกำไร ส่วนการขายดาวน์มีต้นทุนขาออกเพียง 1-2% ของราคาห้อง จึงเริ่มมีกำไรตั้งแต่ราคาขึ้น 2-3%
ความเสี่ยงของการเก็งกำไร
ความเสี่ยงที่ทำให้แผนเก็งกำไรพังบ่อยที่สุดคือหาผู้ซื้อต่อไม่ได้ก่อนวันโอน ตามด้วยผู้ซื้อต่อกู้ไม่ผ่าน โครงการเลื่อนหรือหยุดสร้าง และราคาตลาดตอนสร้างเสร็จต่ำกว่าราคาเปิดตัวเพราะซัพพลายในย่านล้น ทุกข้อจบลงที่จุดเดียวกันคือผู้จองเดิมต้องรับโอนเองด้วยเงินเต็มราคาที่ไม่ได้เตรียมไว้ หรือยอมทิ้งเงินดาวน์ที่ผ่อนมาทั้งหมด
| ความเสี่ยง | ผลที่เกิด | วิธีลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ขายดาวน์ไม่ออกก่อนวันโอน | ต้องกู้รับโอนเอง หรือปล่อยให้โครงการริบเงินดาวน์ 539,000 บาทขึ้นไป | ก่อนจองให้เช็กว่าตัวเองกู้เต็มราคาผ่านไหม เตรียมแผนปล่อยเช่าเป็นทางออกที่สอง |
| ผู้ซื้อต่อกู้ไม่ผ่านตอนโอน | ดีลล้มใกล้วันโอน เหลือเวลาหาคนใหม่ไม่กี่สัปดาห์ | ขอเอกสารรายได้ของผู้ซื้อต่อ หรือให้ยื่นพรีแอพพรูฟก่อนเปลี่ยนชื่อ ดูสาเหตุที่กู้ไม่ผ่านในกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน แก้ยังไง |
| โครงการเลื่อนสร้างเสร็จหรือหยุดสร้าง | เงินจมนานกว่าแผน ถ้าโครงการล้มต้องฟ้องเรียกเงินคืน | เลือกผู้พัฒนาที่มีผลงานส่งมอบตรงเวลา ถามว่าโครงการมีบัญชีดูแลผลประโยชน์ (escrow) หรือไม่ อ่านข้อสัญญาเรื่องค่าปรับเมื่อส่งมอบล่าช้า |
| ซัพพลายใหม่ในย่านเดียวกันสร้างเสร็จพร้อมกัน | คนขายดาวน์หลายรายแข่งกันลดราคา ราคาตอนสร้างเสร็จต่ำกว่าตอนเปิดตัว | นับจำนวนยูนิตของโครงการที่จะเสร็จในปีเดียวกันในรัศมี 1-2 กม. เลี่ยงย่านที่มีหลายพันยูนิตพร้อมกัน |
| โครงการห้ามเปลี่ยนสัญญาหรือคิดค่าเปลี่ยนสูง | ขายดาวน์ไม่ได้ตามแผน หรือค่าเปลี่ยนกินกำไรหมด | อ่านข้อสัญญาเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้จะซื้อก่อนวางเงินจอง ถามค่าธรรมเนียมและช่วงเวลาที่ห้ามเปลี่ยนเป็นลายลักษณ์อักษร |
| เกณฑ์ LTV กลับสู่ปกติ | ผู้ซื้อต่อที่มีสัญญากู้อยู่แล้วต้องวางดาวน์ 10-20% ทำให้กลุ่มผู้ซื้อต่อแคบลง | การผ่อนปรน LTV ให้กู้ 100% ทุกสัญญาสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2570 ถ้าแผนขายอยู่หลังจากนั้นให้คำนวณด้วยเกณฑ์ปกติ ดูที่มาตรการรัฐ/LTV ซื้อบ้าน 2569 |
| ขายโอนแล้วโดนภาษีธุรกิจเฉพาะ | เสีย 3.3% ของราคาขายทันทีถ้าถือไม่ถึง 5 ปี | ถ้าจำเป็นต้องรับโอน ให้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านห้องนั้นให้ครบ 1 ปีก่อนขายเพื่อใช้ข้อยกเว้น |
ความเสี่ยงที่คนมองข้ามคือสภาพคล่อง คอนโดไม่ใช่หุ้นที่ขายได้ในวันเดียว การขายห้องในราคาตลาดใช้เวลาหลายเดือนเป็นเรื่องปกติ และยิ่งใกล้วันโอนผู้ซื้อต่อยิ่งรู้ว่าผู้ขายต้องรีบ อำนาจต่อรองจึงหายไปเรื่อย ๆ นักเก็งกำไรที่รอดคือคนที่ตั้งราคาขายดาวน์ตั้งแต่เดือนแรกที่มีส่วนต่างพอใจ ไม่ใช่รอให้ราคาขึ้นสูงสุดแล้วค่อยขายในสามเดือนสุดท้าย
สำหรับผู้ซื้อต่อ การซื้อดาวน์จากคนอื่นก็มีความเสี่ยงฝั่งตัวเองคือรับหน้าที่ตามสัญญาเดิมทั้งหมด รวมถึงงวดดาวน์ที่ค้างและเงื่อนไขที่ผู้จองเดิมตกลงไว้ ควรขอสำเนาสัญญาและใบเสร็จทุกงวดจากโครงการโดยตรง ไม่ใช่จากผู้ขายเพียงฝ่ายเดียว และถ้าเป็นชาวต่างชาติต้องเช็กโควตาต่างชาติ 49% ของโครงการก่อน เพราะสัญญาที่โอนมาจากคนไทยจะเข้าโควตาต่างชาติตอนโอนไม่ได้ถ้าโควตาเต็ม ดูรายละเอียดที่ชาวต่างชาติซื้ออสังหาฯ ในไทย
ถ้าถือห้องไว้แล้วและต้องการขายให้ได้ราคาโดยไม่รีบ วิธีตั้งราคา เตรียมห้อง และเลือกระหว่างขายเองกับฝากขายอยู่ในขายบ้าน ขายคอนโด 2569 และเจ้าของที่ต้องการให้ทีมเราประเมินราคาขายจริงของห้องเทียบกับประกาศในโครงการเดียวกัน ฝากทรัพย์ได้ที่ฝากขายกับ SW19 ส่วนผู้ที่มองหาห้องราคาต่ำกว่าตลาดจากเจ้าของที่ต้องการขายเร็ว ดูประกาศปัจจุบันได้ที่คอนโดขายในกรุงเทพ
คำถามที่พบบ่อย
ขายใบจอง ขายดาวน์ และขายโอน ต่างกันยังไง
ต่างกันที่จังหวะขายเทียบกับวันโอนกรรมสิทธิ์ ขายใบจองคือขายสิทธิหลังวางเงินจองก่อนหรือทันทีหลังทำสัญญา ใช้เงินแค่เงินจอง ขายดาวน์คือขายสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างผ่อนดาวน์ ผู้ซื้อใหม่จ่ายคืนเงินที่ผ่อนไปแล้วบวกส่วนต่าง ทั้งสองแบบไม่ผ่านกรมที่ดิน ส่วนขายโอนคือรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วขายต่อ ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าโอนเต็มรูปแบบ
ขายดาวน์คอนโดต้องเสียภาษีไหม
ไม่มีภาษีที่กรมที่ดินเพราะยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ แต่ส่วนต่างที่ได้รับเป็นเงินได้พึงประเมินของผู้ขายสิทธิ ต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี โดยหักค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงได้ เช่น ค่าเปลี่ยนสัญญาและค่านายหน้า ถ้ามีหลักฐาน ส่วนต่าง 323,400 บาทหักค่าเปลี่ยนสัญญา 50,000 บาทที่ฐานภาษี 15% เสียภาษีราว 41,000 บาท
ค่าเปลี่ยนสัญญาคอนโดเท่าไร ใครจ่าย
แล้วแต่โครงการกำหนดในสัญญาจะซื้อจะขาย บางโครงการคิดเป็นเงินก้อนตายตัวหลักพันถึงหลักหมื่นบาท บางโครงการคิดเป็นสัดส่วนของราคาห้อง และหลายโครงการห้ามเปลี่ยนชื่อในช่วงเดือนแรก ๆ หลังเปิดขายหรือจำกัดจำนวนครั้ง โดยทั่วไปผู้ขายสิทธิเป็นผู้จ่ายแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ ควรถามเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวางเงินจองเพราะเป็นต้นทุนที่กำหนดว่าแผนขายดาวน์ทำได้จริงหรือไม่
ซื้อคอนโดแล้วขายต่อภายใน 5 ปี เสียอะไรบ้าง
เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมินที่สูงกว่า ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่คำนวณจากราคาประเมินตามจำนวนปีถือครอง ค่าธรรมเนียมโอน 2% ที่มักแบ่งครึ่งกับผู้ซื้อ และค่านายหน้าราว 3% รวมต้นทุนขาออกประมาณ 8.5-9% ของราคาขาย ข้อยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะคือมีชื่อในทะเบียนบ้านห้องนั้นครบ 1 ปีก่อนขาย ซึ่งจะเปลี่ยนไปเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน
ราคาต้องขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะขายต่อแล้วไม่ขาดทุน
ถ้าขายดาวน์ก่อนโอน ราคาขึ้นราว 2-3% ก็เริ่มมีกำไรเพราะต้นทุนขาออกมีแค่ค่าเปลี่ยนสัญญาและภาษีเงินได้จากส่วนต่าง แต่ถ้ารับโอนแล้วขายต่อภายใน 5 ปี ราคาต้องขึ้นเกิน 10% สำหรับซื้อเงินสด และราว 20% สำหรับกู้ 80% ที่ถือ 2 ปี เพราะต้องจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่านายหน้า ค่าโอน ดอกเบี้ย และค่าตกแต่ง
ซื้อใบจองต่อจากคนอื่นปลอดภัยไหม ต้องเช็กอะไร
ปลอดภัยถ้าทำผ่านโครงการ ขอให้โครงการยืนยันสถานะสัญญา ยอดที่ผ่อนแล้ว และงวดที่ค้างโดยตรง ไม่รับเอกสารจากผู้ขายฝ่ายเดียว จ่ายเงินส่วนต่างพร้อมกับการเซ็นเปลี่ยนชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่โครงการ ตรวจว่าตัวเองกู้ผ่านตอนโอนได้ และถ้าเป็นชาวต่างชาติต้องเช็กว่าโควตาต่างชาติของโครงการยังเหลืออยู่
เก็งกำไรคอนโดในปี 2569 ยังคุ้มอยู่ไหม
คุ้มเฉพาะกรณีที่ได้ราคาเปิดตัวต่ำกว่าตลาดชัดเจน เช่น รอบ VIP ของโครงการทำเลดีที่มีซัพพลายจำกัด และขายออกได้ก่อนโอน ตลาดคอนโดกรุงเทพช่วงหลังมีห้องเหลือขายจำนวนมากและราคาขายต่อในหลายย่านไม่ขึ้นหรือลดลง การซื้อโอนแล้วหวังขายใน 1-3 ปีจึงขาดทุนเป็นส่วนใหญ่ ผู้ที่รับความไม่แน่นอนไม่ได้ควรพิจารณาซื้อปล่อยเช่าถือยาวหรือ REIT แทน
ถ้าขายดาวน์ไม่ออกก่อนวันโอน ควรทำอย่างไร
มีสามทาง ทางแรกคือกู้รับโอนเองแล้วปล่อยเช่ารอราคา ซึ่งต้องเช็กว่ากู้ผ่านตั้งแต่ก่อนจอง ทางที่สองคือลดราคาขายดาวน์ให้เท่าทุนหรือต่ำกว่าทุนเล็กน้อยเพื่อจำกัดความเสียหายให้เหลือแค่ค่าเปลี่ยนสัญญา และทางที่สามคือเจรจากับโครงการเรื่องยกเลิกสัญญา ซึ่งมักถูกริบเงินดาวน์ทั้งหมดตามข้อสัญญา ทางที่สองมักเสียหายน้อยที่สุดถ้าตัดสินใจเร็วพอ


