
ลงทุนอสังหาฯ 2569 มีกี่แบบ ซื้อปล่อยเช่า vs REIT ผลตอบแทนจริงเท่าไร
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีสี่แบบหลักที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ คือซื้อทรัพย์จริงปล่อยเช่า ซื้อเพื่อขายต่อ ลงทุนผ่าน REIT ในตลาดหลักทรัพย์ และถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์รุ่นเก่าที่ยังซื้อขายอยู่ ทั้งสี่แบบให้ผลตอบแทนคนละระดับ ใช้เงินเริ่มต้นต่างกันหลายร้อยเท่า และมีภาระจัดการไม่เหมือนกันเลย
ตัวเลขที่ควรเห็นก่อนตัดสินใจคือผลตอบแทนค่าเช่าจริงในตลาด จากประกาศที่เผยแพร่อยู่ในพอร์ต SW19 เดือนสิงหาคม 2569 จำนวน 869 รายการ ห้องชุด 1 ห้องนอนมีราคาขายกลางที่ 5.5 ล้านบาทและค่าเช่ากลางที่ 24,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นผลตอบแทนขั้นต้น 5.24% ต่อปี แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายและภาษีตามจริงแล้วเหลือราว 3.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องเอาไปเทียบกับ REIT ที่จ่ายปันผลเกิน 6% ต่อปีโดยไม่ต้องดูแลผู้เช่า
บทความนี้เทียบทางเลือกทั้งหมดด้วยตัวเลขจริง อธิบายต้นทุนที่มักถูกลืมเวลาคำนวณผลตอบแทน และตอบเรื่องปล่อยเช่ารายวันซึ่งเป็นคำถามที่ถูกถามมากที่สุดและมีคำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนกว่าที่หลายคนคิด
ลงทุนอสังหาฯ มีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันยังไง
แบ่งตามสิ่งที่เราถือครองจริง มีสองกลุ่มใหญ่คือถือทรัพย์โดยตรงกับถือหน่วยลงทุนที่มีอสังหาริมทรัพย์หนุนหลัง กลุ่มแรกใช้เงินก้อนใหญ่แต่กู้ได้ กลุ่มหลังเริ่มด้วยหลักพันบาทและขายคืนได้ในวันทำการเดียว
| รูปแบบ | เงินเริ่มต้น | ผลตอบแทนหลัก | สภาพคล่อง | ภาระจัดการ | กู้ได้ไหม |
|---|---|---|---|---|---|
| ซื้อคอนโด/บ้านปล่อยเช่า | เงินดาวน์ 10-30% ของราคา | ค่าเช่ารายเดือน + ส่วนต่างราคาตอนขาย | ต่ำ ขายใช้เวลาหลายเดือน | สูง ต้องหาผู้เช่า ซ่อม ทวงค่าเช่า | ได้ ใช้เลเวอเรจได้เต็มที่ |
| ซื้อเพื่อขายต่อ (เก็งกำไร) | เงินจอง-ดาวน์ ถ้าซื้อใบจอง | ส่วนต่างราคาอย่างเดียว | ต่ำมาก ขึ้นกับจังหวะตลาด | ปานกลาง | ได้ แต่มีภาษีธุรกิจเฉพาะถ้าขายเร็ว |
| REIT ในตลาดหลักทรัพย์ | หลักพันบาท ซื้อขั้นต่ำ 100 หน่วย | ปันผลรายไตรมาส + ส่วนต่างราคาหน่วย | สูง ซื้อขายได้ทุกวันทำการ | ต่ำมาก มีผู้จัดการกองดูแล | ไม่ได้โดยตรง |
| กองทุนรวมอสังหาฯ (Property Fund) | หลักพันบาท | เงินปันผล + ส่วนต่างราคาหน่วย | สูง แต่บางกองซื้อขายบาง | ต่ำมาก | ไม่ได้ |
| ที่ดินเปล่าถือยาว | เงินสดเป็นหลัก | ส่วนต่างราคาอย่างเดียว | ต่ำที่สุด | ต่ำ แต่มีภาษีที่ดินอัตราสูงถ้าปล่อยรกร้าง | ได้แต่วงเงินต่ำ |
ความต่างที่สำคัญที่สุดและมักถูกมองข้ามคือ เลเวอเรจ การซื้อทรัพย์จริงเป็นทางเดียวที่ธนาคารยอมให้กู้เงินคนอื่นมาลงทุน ถ้าซื้อคอนโด 5.5 ล้านบาทด้วยเงินตัวเอง 1.1 ล้านบาทแล้วกู้ที่เหลือ ส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น 10% ของมูลค่าทรัพย์เท่ากับผลตอบแทน 50% ของเงินที่ลงไป ขณะที่ REIT ไม่มีกลไกนี้สำหรับนักลงทุนรายย่อย แต่เหรียญอีกด้านคือถ้าราคาลง ผลขาดทุนก็ถูกขยายด้วยตัวคูณเดียวกัน และยังต้องผ่อนต่อทุกเดือนแม้ห้องจะว่าง
สำหรับผู้ที่สนใจการซื้อคอนโดปล่อยเช่าโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทางเลือกที่คนไทยเลือกมากที่สุด รายละเอียดการเลือกห้อง การตั้งราคา และการบริหารผู้เช่าอยู่ในคู่มือลงทุนคอนโดปล่อยเช่า ส่วนบทความนี้จะโฟกัสที่การเทียบระหว่างทางเลือก
ซื้อคอนโดปล่อยเช่า ผลตอบแทนจริงเท่าไร
ผลตอบแทนขั้นต้นจากค่าเช่าของคอนโดในกรุงเทพชั้นในอยู่ราว 4-5.5% ต่อปี และเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการถือครองกับภาษีแล้วเหลือประมาณ 3-3.5% ต่อปี ตัวเลขนี้คำนวณจากประกาศจริงในพอร์ต SW19 เดือนสิงหาคม 2569 ไม่ใช่ค่ากลางที่อ้างจากรายงานตลาดภายนอก
| แบบห้อง | ราคาขายกลาง | ค่าเช่ากลาง/เดือน | ขนาดกลาง | ผลตอบแทนขั้นต้น |
|---|---|---|---|---|
| สตูดิโอ (ขาย n=13, เช่า n=42) | 5,990,000 บาท | 20,000 บาท | 30.0 ตร.ม. | 4.01% |
| 1 ห้องนอน (ขาย n=143, เช่า n=399) | 5,500,000 บาท | 24,000 บาท | 35.0 ตร.ม. | 5.24% |
| 2 ห้องนอน (ขาย n=63, เช่า n=212) | 12,000,000 บาท | 50,000 บาท | 70.0 ตร.ม. | 5.00% |
| 3 ห้องนอน (ขาย n=16, เช่า n=27) | 29,950,000 บาท | 80,000 บาท | 152.6 ตร.ม. | 3.21% |
เพื่อตัดอคติจากการที่ห้องขายกับห้องเช่าอาจอยู่คนละโครงการ เราคำนวณซ้ำเฉพาะโครงการที่มีทั้งประกาศขายและประกาศเช่าอย่างละอย่างน้อยสองรายการ ได้ 20 โครงการ ผลตอบแทนขั้นต้นค่ากลางอยู่ที่ 4.92% ต่อปี ช่วงกลาง 50% อยู่ระหว่าง 4.56% ถึง 5.68% ต่ำสุด 3.97% และสูงสุด 8.74% ซึ่งยืนยันว่าตัวเลข 5% เป็นระดับที่สมเหตุสมผลของตลาดนี้ และการเลือกโครงการมีผลต่างกันได้ถึงเท่าตัว
ปัญหาคือตัวเลขขั้นต้นไม่ใช่เงินที่เข้ากระเป๋า ตารางด้านล่างคือการคำนวณผลตอบแทนสุทธิของห้อง 1 ห้องนอน 35 ตารางเมตร ราคา 5.5 ล้านบาท ค่าเช่า 24,000 บาทต่อเดือน แบบซื้อด้วยเงินสดทั้งก้อน
| รายการ | จำนวนเงินต่อปี | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| รายได้ค่าเช่าเต็มปี | +288,000 บาท | 24,000 x 12 |
| ห้องว่างระหว่างเปลี่ยนผู้เช่า | -24,000 บาท | สมมติว่างเฉลี่ย 1 เดือนต่อปี |
| ค่าส่วนกลาง | -21,000 บาท | 50 บาท/ตร.ม. x 35 ตร.ม. x 12 เดือน |
| ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | -1,100 บาท | อัตราที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่หลังหลัก 0.02% |
| ประกันอัคคีภัย | -1,500 บาท | กรมธรรม์พื้นฐานของห้องชุด |
| ซ่อมบำรุงและเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ | -24,000 บาท | เฉลี่ยประมาณ 1 เดือนค่าเช่าต่อปี |
| ค่านายหน้าปล่อยเช่า | -12,000 บาท | 1 เดือนค่าเช่าทุก 2 ปี เฉลี่ยเป็นรายปี |
| เหลือก่อนภาษีเงินได้ | 204,400 บาท | |
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากค่าเช่า | -20,160 บาท | เงินได้ 40(5) หักค่าใช้จ่ายเหมา 30% คำนวณที่ฐานภาษี 10% |
| เงินสดสุทธิเข้ากระเป๋า | 184,240 บาท | |
| ผลตอบแทนสุทธิต่อเงินลงทุน 5.5 ล้านบาท | 3.35% ต่อปี | ยังไม่นับส่วนต่างราคาตอนขาย |
ตัวเลข 3.35% นี้คือสิ่งที่ต้องเอาไปเทียบกับทางเลือกอื่น ไม่ใช่ 5.24% และยังไม่ได้รวมค่าโอนตอนซื้อกับภาษีตอนขายซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต้นทุน ส่วนกำไรจากส่วนต่างราคาเป็นตัวแปรที่คาดเดายากที่สุดและไม่ควรนำมาคิดล่วงหน้าเป็นตัวเลขแน่นอน
ถ้าใช้สินเชื่อ ภาพจะเปลี่ยนไปอีกทาง สมมติวางดาวน์ 20% คือ 1.1 ล้านบาท กู้ 4.4 ล้านบาทที่ดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% ต่อปี ดอกเบี้ยปีแรกอยู่ราว 220,000 บาท ซึ่งมากกว่ากระแสเงินสดสุทธิจากค่าเช่า แปลว่าปีแรกๆ ต้องเติมเงินเข้าไปทุกเดือน กำไรที่แท้จริงจึงมาจากการที่ผู้เช่าช่วยผ่อนเงินต้นให้และจากส่วนต่างราคาในระยะยาว ไม่ใช่จากกระแสเงินสด วิธีประเมินความสามารถในการรับภาระนี้อยู่ที่สินเชื่อบ้าน
REIT คืออะไร ลงทุนยังไง ได้ปันผลเท่าไร
REIT หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คือกองทรัพย์สินที่ระดมเงินจากผู้ลงทุนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ แล้วนำรายได้ค่าเช่ามาจ่ายคืนผู้ถือหน่วย โดยกฎเกณฑ์กำหนดให้ต้องจ่ายประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว หน่วยทรัสต์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเหมือนหุ้น ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ปกติ
สิ่งที่ REIT ถือครองมักเป็นทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ที่รายย่อยซื้อเองไม่ไหว เช่น อาคารสำนักงานเกรดเอ ศูนย์การค้า คลังสินค้าและโรงงานให้เช่า โรงแรม และศูนย์ประชุม โครงสร้างเป็นกองทรัพย์สินที่มีทรัสตีถือแทน ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล และมีผู้จัดการกองทรัสต์เป็นผู้บริหาร
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ซื้อยังไง | เปิดบัญชีหลักทรัพย์กับโบรกเกอร์ แล้วซื้อขายด้วยชื่อย่อในกระดานเดียวกับหุ้น ขั้นต่ำ 100 หน่วย |
| เงินเริ่มต้น | หลักพันบาท ขึ้นกับราคาหน่วยของแต่ละกอง |
| ความถี่การจ่ายปันผล | ส่วนใหญ่จ่ายรายไตรมาส บางกองจ่ายรายครึ่งปี |
| อัตราผลตอบแทนเงินปันผล | โดยทั่วไปสูงกว่าค่าเฉลี่ยเงินปันผลของตลาดหุ้น กองที่ทรัพย์สินมีคุณภาพและสัญญาเช่ายาวมักอยู่ในระดับ 6% ขึ้นไปต่อปี |
| ภาษีเงินปันผล | ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เลือกใช้เป็นภาษีสุดท้ายได้โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณ หรือจะนำไปรวมยื่นก็ได้ แต่ถ้าเลือกนำไปรวมต้องรวมเงินปันผลทุกแหล่งทั้งหมด |
| เครดิตภาษีเงินปันผล | ไม่มี ต่างจากเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนที่ขอเครดิตคืนได้ เพราะ REIT ไม่ได้เสียภาษีนิติบุคคลในระดับกอง |
| กำไรจากส่วนต่างราคา | บุคคลธรรมดาที่ขายหน่วยทรัสต์ในตลาดหลักทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีเช่นเดียวกับหุ้น |
เรื่องที่คนสับสนบ่อยคือ REIT กับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ชื่อขึ้นต้นว่า กอง ซึ่งเป็นเครื่องมือรุ่นก่อนหน้า สำนักงาน ก.ล.ต. เริ่มใช้เกณฑ์ REIT ในปี 2556 และตลาดหลักทรัพย์เปิดรับจดทะเบียน REIT ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีเดียวกัน หลังจากนั้นการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบเดิมก็ยุติลง กองเก่าหลายกองทยอยแปลงสภาพเป็น REIT ส่วนที่ยังไม่แปลงก็ยังซื้อขายอยู่ในตลาด ความต่างในทางปฏิบัติที่สำคัญคือ REIT กู้ยืมเพื่อลงทุนเพิ่มได้ในสัดส่วนที่สูงกว่า และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศได้ ขณะที่กองรุ่นเก่ามีข้อจำกัดมากกว่า
ความเสี่ยงของ REIT ที่ต้องเข้าใจก่อนซื้อคือราคาหน่วยผันผวนตามภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยขึ้น ราคาหน่วยมักลงเพราะผลตอบแทนเทียบกับพันธบัตรดูน่าสนใจน้อยลง นอกจากนี้ปันผลไม่ได้การันตี ถ้าผู้เช่าหลักย้ายออกหรือค่าเช่าปรับลด ปันผลก็ลดตาม และบางกองมีอายุสัญญาเช่าที่ดินหรือทรัพย์สินที่จะหมดลงในอนาคต ทำให้มูลค่าทรัพย์สินลดลงเรื่อยๆ ตามเวลา ซึ่งต้องอ่านในหนังสือชี้ชวนก่อนเสมอ
REIT กับซื้อคอนโดปล่อยเช่า เลือกแบบไหนดี
ถ้าวัดที่กระแสเงินสดต่อเงินลงทุนล้วนๆ REIT ชนะ เพราะให้ปันผลระดับ 6% ก่อนภาษีเทียบกับผลตอบแทนสุทธิ 3.35% ของคอนโดปล่อยเช่า แต่ถ้าวัดที่ความสามารถในการใช้เงินกู้และการควบคุมทรัพย์สิน การซื้อทรัพย์จริงยังเป็นทางเลือกเดียว
| เกณฑ์ | ซื้อคอนโดปล่อยเช่า | REIT |
|---|---|---|
| เงินเริ่มต้นจริง | ดาวน์ 1.1 ล้านบาท + ค่าโอนและค่าจดจำนอง | หลักพันบาท |
| ผลตอบแทนเงินสดต่อปี | ราว 3.35% หลังค่าใช้จ่ายและภาษี (ซื้อเงินสด) | ราว 6% ก่อนภาษี เหลือราว 5.4% หลังหัก 10% |
| ใช้เงินกู้ได้ | ได้ เป็นข้อได้เปรียบใหญ่ที่สุด | ไม่ได้ |
| เวลาที่ต้องใช้ดูแล | หาผู้เช่า ทำสัญญา ซ่อม ทวงหนี้ จัดการนิติบุคคล | แทบไม่มี |
| ขายเป็นเงินสดได้เร็วแค่ไหน | เดือนถึงปี และขายบางส่วนไม่ได้ | วันทำการเดียว ขายบางส่วนได้ |
| กระจายความเสี่ยง | กระจุกอยู่ที่ห้องเดียว ทำเลเดียว ผู้เช่ารายเดียว | กระจายในทรัพย์สินหลายแห่งและผู้เช่าหลายราย |
| ต้นทุนธุรกรรม | สูง ค่าโอน จำนอง นายหน้า ภาษีตอนขาย | ต่ำ ค่าคอมมิชชันหลักสิบสตางค์ต่อร้อยบาท |
| ป้องกันเงินเฟ้อ | ได้ ปรับค่าเช่าและราคาทรัพย์ตามเวลา | ได้บางส่วน ผ่านการปรับค่าเช่าในสัญญา |
| ควบคุมได้เอง | เต็มที่ เลือกปรับปรุง เปลี่ยนผู้เช่า ตั้งราคาเองได้ | ไม่ได้ ขึ้นกับผู้จัดการกอง |
ในทางปฏิบัติสองอย่างนี้ตอบโจทย์คนละแบบ และไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คนที่มีเงินก้อนไม่มากและต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอโดยไม่อยากยุ่งกับผู้เช่า REIT ตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน ส่วนคนที่มีรายได้ประจำมั่นคง กู้ได้ในอัตราดี และมองระยะ 10 ปีขึ้นไป การซื้อทรัพย์จริงยังให้ผลลัพธ์รวมที่สูงกว่าเพราะพลังของเลเวอเรจกับส่วนต่างราคา
อีกจุดที่ต้องคิดคือการซื้อทรัพย์จริงเพื่ออยู่เองกับเพื่อลงทุนเป็นคนละโจทย์และควรใช้เกณฑ์คนละชุด ถ้ายังลังเลระหว่างสองทางนี้ ให้อ่านซื้อคอนโดอยู่เอง vs ซื้อลงทุน ก่อนตัดสินใจ
ปล่อยเช่ารายวันทำได้ไหม กฎหมายว่ายังไง
การนำห้องชุดหรือบ้านมาปล่อยเช่าเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ให้แก่นักท่องเที่ยว เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งต้องมีใบอนุญาต การทำโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิดที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ผลตอบแทนดีไหม แต่คือทำได้ตามกฎหมายหรือเปล่า
เส้นแบ่งที่ใช้ในทางปฏิบัติคือระยะเวลาเช่า การให้เช่าที่พักโดยคิดค่าตอบแทนแก่ผู้พักเป็นการชั่วคราวในลักษณะไม่ถึงหนึ่งเดือน ถือเป็นการประกอบธุรกิจโรงแรม ส่วนการเช่าตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปเป็นการเช่าที่พักอาศัยตามปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่สัญญาเช่าคอนโดในตลาดกำหนดขั้นต่ำ 6 เดือนหรือ 1 ปีเป็นมาตรฐาน
| กฎหมาย/ข้อบังคับ | สาระสำคัญ | ผลถ้าฝ่าฝืน |
|---|---|---|
| พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15 และ 59 | ประกอบธุรกิจโรงแรมต้องได้รับใบอนุญาต | จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน |
| พ.ร.บ. อาคารชุด และข้อบังคับนิติบุคคล | ห้องชุดจดทะเบียนไว้เพื่อการอยู่อาศัย การใช้ผิดวัตถุประสงค์ขัดข้อบังคับ | นิติบุคคลระงับสิทธิ์ใช้ทรัพย์ส่วนกลาง ปรับตามข้อบังคับ และฟ้องให้หยุดการกระทำได้ |
| กฎหมายควบคุมอาคาร | อาคารที่ใช้เป็นโรงแรมต้องมีลักษณะและระบบความปลอดภัยตามที่กำหนด | อาคารชุดทั่วไปมักไม่ผ่านเกณฑ์ จึงขอใบอนุญาตโรงแรมไม่ได้ตั้งแต่ต้น |
| ประมวลรัษฎากร | รายได้จากการให้เช่าเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี | เบี้ยปรับและเงินเพิ่มถ้าไม่ยื่น |
มีคำพิพากษาที่ลงโทษเจ้าของห้องซึ่งนำห้องชุดไปปล่อยเช่ารายวันตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 59 แล้ว โดยศาลลงโทษปรับและปรับรายวันตลอดช่วงที่ฝ่าฝืน กรมการปกครองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังมีการตรวจจับเป็นระยะโดยเฉพาะในอาคารชุดย่านท่องเที่ยว และในหลายกรณีนิติบุคคลอาคารชุดเป็นผู้แจ้งเบาะแสเอง เพราะได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านเรื่องความปลอดภัยและเสียงรบกวน
ทางที่ทำได้ถูกกฎหมายมีอยู่จริงแต่แคบ คือลงทุนในโครงการที่จดทะเบียนเป็นโรงแรมหรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น หรือลงทุนในคอนโดเทลที่มีผู้บริหารโรงแรมดูแลและมีใบอนุญาตครบ ซึ่งเป็นคนละผลิตภัณฑ์กับคอนโดที่อยู่อาศัยทั่วไป ข้อควรระวังคือสัญญารับประกันผลตอบแทนของคอนโดเทลมักมีเงื่อนไขและอายุจำกัด ต้องอ่านให้ครบก่อนเซ็น สำหรับการปล่อยเช่าระยะยาวที่ทำได้อย่างถูกต้อง ขั้นตอนตั้งแต่ตั้งราคาถึงทำสัญญาอยู่ที่ปล่อยเช่าคอนโดและบ้าน
ต้นทุนและภาษีที่ต้องรู้ก่อนลงทุนอสังหาฯ โดยตรง
ต้นทุนที่ทำให้ผลตอบแทนจริงต่ำกว่าที่คำนวณไว้ในสเปรดชีต มีสามช่วงคือตอนซื้อ ตอนถือครอง และตอนขาย ซึ่งรวมกันแล้วกินผลตอบแทนไปได้ถึงหนึ่งถึงสองปีของค่าเช่า
| ช่วง | รายการ | อัตราโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ตอนซื้อ | ค่าธรรมเนียมการโอน | 2% ของราคาประเมิน โดยปกติแบ่งจ่ายคนละครึ่งตามที่ตกลง |
| ตอนซื้อ | ค่าจดจำนอง | 1% ของวงเงินจำนอง ถ้าใช้สินเชื่อ |
| ตอนซื้อ | ค่าประเมินหลักทรัพย์และค่าอากรแสตมป์ | หลักพันถึงหลักหมื่น |
| ถือครอง | ค่าส่วนกลาง | 25-90 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือนตามระดับโครงการ |
| ถือครอง | ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | 0.02% สำหรับที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่หลังหลักมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท |
| ถือครอง | ภาษีเงินได้จากค่าเช่า | เงินได้ 40(5) หักค่าใช้จ่ายเหมา 30% หรือหักตามจริง แล้วคำนวณตามอัตราก้าวหน้า |
| ถือครอง | ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากผู้เช่า | 5% ของค่าเช่า ถ้าผู้เช่าเป็นนิติบุคคล นำไปเครดิตตอนยื่นภาษีได้ |
| ตอนขาย | ภาษีธุรกิจเฉพาะ | 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปีและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี |
| ตอนขาย | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย | คำนวณจากราคาประเมินตามจำนวนปีที่ถือครอง |
| ตอนขาย | ค่านายหน้า | โดยทั่วไป 3% ของราคาขาย |
รายการที่กระทบผลตอบแทนของนักลงทุนมากที่สุดคือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% เพราะคนที่ซื้อเพื่อขายต่อในระยะสั้นมักติดเงื่อนไขนี้เต็มๆ ขณะที่คนที่ถือเกิน 5 ปีจะเสียเพียงอากรแสตมป์ 0.5% แทน ส่วนต่างเกือบ 3% ของราคาขายทั้งก้อนนี้ มากกว่าผลตอบแทนค่าเช่าสุทธิเกือบทั้งปี รายละเอียดการคำนวณและกรณียกเว้นอยู่ที่ภาษีขายบ้านและที่ดิน และค่าโอนบ้านและที่ดิน ส่วนภาษีถือครองรายปีดูที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
อีกจุดที่นักลงทุนมือใหม่คำนวณพลาดบ่อยคือมาตรการรัฐที่ลดค่าโอนและค่าจดจำนอง ซึ่งโดยทั่วไปกำหนดเพดานราคาทรัพย์และมักจำกัดเฉพาะผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่ได้ครอบคลุมการซื้อเพื่อลงทุนทุกกรณี ควรตรวจเงื่อนไขปีปัจจุบันที่มาตรการรัฐและ LTV ก่อนนำส่วนลดไปใส่ในแบบจำลองผลตอบแทน
เริ่มลงทุนด้วยเงินเท่าไร จัดพอร์ตยังไง
เงินเริ่มต้นกำหนดทางเลือกเกือบทั้งหมด ต่ำกว่าหลักแสนต้นๆ ทำได้เฉพาะทางอ้อม ระดับล้านบาทขึ้นไปจึงเริ่มซื้อทรัพย์จริงได้ และควรมีเงินสำรองแยกต่างหากเสมอไม่ว่าจะเลือกทางไหน
| เงินลงทุน | ทางเลือกที่ทำได้จริง | สิ่งที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| 50,000-200,000 บาท | REIT หรือกองทุนรวมอสังหาฯ กระจาย 3-5 กองต่างประเภททรัพย์สิน | อย่ากระจุกในกองเดียว และดูวันหมดอายุสัญญาเช่าทรัพย์สินของกอง |
| 500,000-1,000,000 บาท | REIT เป็นหลัก หรือเก็บเป็นเงินดาวน์ต่อสำหรับซื้อทรัพย์จริง | ยังไม่พอสำหรับดาวน์ 20% ของคอนโดกลางเมือง ถ้ารีบซื้อจะกดดันกระแสเงินสด |
| 1,000,000-2,000,000 บาท | ดาวน์คอนโด 1 ห้องนอนราคา 5-7 ล้านบาทเพื่อปล่อยเช่า | ต้องกันเงินอีกราว 3-5% ของราคาไว้เป็นค่าโอน ค่าจดจำนอง และค่าตกแต่ง |
| 5,000,000 บาทขึ้นไป | ซื้อทรัพย์จริงด้วยเงินสดบางส่วน หรือกระจายเป็นสองห้องคนละทำเล | การกระจายทำเลลดความเสี่ยงกว่าการซื้อห้องใหญ่ห้องเดียว เพราะห้องใหญ่ผลตอบแทนต่อตารางเมตรต่ำกว่า |
ข้อสังเกตจากตัวเลขในพอร์ตที่ใช้ได้กับการจัดพอร์ตจริง คือห้อง 1 ห้องนอนให้ผลตอบแทนขั้นต้นสูงที่สุดที่ 5.24% ขณะที่ห้อง 3 ห้องนอนอยู่ที่ 3.21% เท่านั้น เพราะกลุ่มผู้เช่าห้องใหญ่มีจำนวนน้อยกว่ามากและค่าเช่าไม่ได้เพิ่มตามขนาดแบบเป็นสัดส่วน สำหรับนักลงทุนที่เน้นกระแสเงินสด ห้องขนาดกลางในทำเลที่มีผู้เช่าหมุนเวียนสม่ำเสมอจึงมักให้ผลลัพธ์ดีกว่าการซื้อห้องใหญ่หนึ่งห้องด้วยเงินเท่ากัน
หลักที่ควรยึดไม่ว่าจะเลือกทางไหน มีสามข้อ หนึ่ง อย่าใช้เงินที่ต้องใช้ภายในสามปีมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพราะทั้งราคาทรัพย์และราคาหน่วยทรัสต์ผันผวนได้ในระยะสั้น สอง กันเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่ายรวมค่างวดไว้เสมอ เพราะห้องว่างสองสามเดือนเป็นเรื่องปกติของตลาดเช่า สาม คำนวณผลตอบแทนด้วยตัวเลขสุทธิหลังภาษีเสมอ ไม่ใช่ตัวเลขขั้นต้นที่ประกาศขายมักใช้โฆษณา
ถ้ากำลังมองหาห้องเพื่อลงทุนจริง ดูคอนโดที่ประกาศขายทั้งหมด หรือปรึกษาทีม SW19 เพื่อขอข้อมูลค่าเช่าจริงในโครงการที่สนใจ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประเมินผลตอบแทนได้แม่นกว่าค่ากลางของตลาด
คำถามที่พบบ่อย
ลงทุนอสังหาฯ เริ่มยังไง ต้องมีเงินเท่าไร
ถ้าเริ่มทางอ้อมผ่าน REIT ใช้เงินหลักพันบาทก็เริ่มได้ เพียงเปิดบัญชีหลักทรัพย์แล้วซื้อขั้นต่ำ 100 หน่วย ถ้าจะซื้อทรัพย์จริงเพื่อปล่อยเช่า ต้องมีเงินดาวน์ 10-30% ของราคา บวกค่าโอน ค่าจดจำนอง และค่าตกแต่งอีกราว 3-5% ของราคา สำหรับคอนโด 1 ห้องนอนราคา 5.5 ล้านบาทซึ่งเป็นราคากลางในพอร์ต SW19 หมายถึงเงินก้อนแรกประมาณ 1.3-1.9 ล้านบาท
ซื้อคอนโดปล่อยเช่าได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์
จากข้อมูลจริงในพอร์ต SW19 เดือนสิงหาคม 2569 ผลตอบแทนขั้นต้นของห้อง 1 ห้องนอนอยู่ที่ 5.24% ต่อปี สตูดิโอ 4.01% สองห้องนอน 5.00% และสามห้องนอน 3.21% เมื่อคำนวณเฉพาะโครงการที่มีทั้งประกาศขายและเช่า 20 โครงการ ค่ากลางอยู่ที่ 4.92% ต่อปี แต่หลังหักค่าส่วนกลาง ภาษี ค่าซ่อม ค่านายหน้า และช่วงห้องว่าง ผลตอบแทนสุทธิเหลือราว 3.3% ต่อปี
REIT คืออะไร ต่างจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังไง
REIT คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ระดมทุนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์สร้างรายได้ แล้วจ่ายประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วให้ผู้ถือหน่วย ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่องมือรุ่นก่อนที่ยุติการจัดตั้งใหม่หลังเกณฑ์ REIT เริ่มใช้ในปี 2556 ความต่างหลักคือ REIT กู้ยืมเพื่อขยายการลงทุนได้มากกว่าและลงทุนในต่างประเทศได้ ส่วนกองรุ่นเก่ามีข้อจำกัดมากกว่าแต่ยังซื้อขายในตลาดได้ตามปกติ
เงินปันผลจาก REIT เสียภาษียังไง ขอเครดิตภาษีคืนได้ไหม
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาเลือกได้ว่าจะให้เป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่ต้องนำไปรวมยื่น หรือจะนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น แต่ถ้าเลือกนำไปรวมต้องรวมเงินปันผลจากทุกแหล่งทั้งหมด ไม่สามารถเลือกเฉพาะบางรายการได้ ข้อต่างสำคัญจากหุ้นคือเงินปันผล REIT ไม่มีเครดิตภาษีเงินปันผลให้ขอคืน เพราะกองไม่ได้เสียภาษีนิติบุคคลในระดับกองอยู่แล้ว
ปล่อยเช่าคอนโดรายวันผิดกฎหมายจริงไหม
ผิด การให้เช่าที่พักโดยคิดค่าตอบแทนเป็นการชั่วคราวไม่ถึงหนึ่งเดือนถือเป็นการประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งต้องมีใบอนุญาต การทำโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน นอกจากนี้ยังขัดข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดที่กำหนดให้ใช้ห้องเพื่อการอยู่อาศัย
ซื้อมาขายต่อ (flip) กับซื้อปล่อยเช่า แบบไหนคุ้มกว่า
ขึ้นกับระยะเวลาที่ถือครองและภาษี ถ้าขายภายใน 5 ปีและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี จะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขาย ซึ่งมากกว่าผลตอบแทนค่าเช่าสุทธิเกือบทั้งปี บวกค่านายหน้าอีกราว 3% แปลว่าราคาต้องขึ้นเกิน 8-10% จึงจะเริ่มมีกำไรจริง การซื้อปล่อยเช่าจึงเหมาะกับคนที่ถือยาวเกิน 5 ปีมากกว่า ขณะที่การซื้อมาขายต่อเหมาะกับผู้ที่ซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ต้นเท่านั้น
ลงทุนที่ดินเปล่าเก็บไว้ ดีไหม
ที่ดินเปล่าไม่มีกระแสเงินสดระหว่างถือครอง มีแต่ต้นทุน และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจัดเก็บที่ดินรกร้างว่างเปล่าในอัตราสูงกว่าที่อยู่อาศัย โดยอัตราจะเพิ่มขึ้นทุก 3 ปีที่ยังปล่อยทิ้งไว้ จนถึงเพดานที่กฎหมายกำหนด การถือที่ดินจึงต้องมีแผนใช้ประโยชน์หรือมีมุมมองระยะยาวเรื่องการพัฒนาพื้นที่ที่ชัดเจน ไม่ใช่ซื้อเก็บเฉยๆ รายละเอียดการตรวจสอบก่อนซื้ออยู่ในคู่มือซื้อที่ดิน
ผู้เช่าเป็นบริษัท ทำไมโอนค่าเช่ามาไม่ครบ
เพราะนิติบุคคลผู้จ่ายค่าเช่ามีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของค่าเช่าแล้วนำส่งกรมสรรพากร เจ้าของห้องจะได้รับเงินจริง 95% พร้อมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งนำไปเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระตอนยื่นแบบประจำปีได้ ไม่ใช่เงินที่หายไป แต่ต้องเก็บเอกสารให้ครบและอย่าลืมนำไปใช้สิทธิ์
ต่างชาติลงทุนอสังหาฯ ในไทยได้ไหม
ได้ในกรอบที่กฎหมายกำหนด ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ภายใต้โควตาต่างชาติของอาคารนั้นซึ่งรวมกันต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด แต่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรงไม่ได้ ส่วนการลงทุนใน REIT ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทำได้เช่นเดียวกับนักลงทุนไทย เงื่อนไขและเอกสารสำหรับการซื้อห้องชุดอยู่ในบทความชาวต่างชาติซื้ออสังหาฯ ในไทย
ตอนนี้ควรลงทุนอสังหาฯ ไหม ตลาดเป็นยังไง
คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขได้ดีกว่าตอบเป็นความเห็น สิ่งที่ควรดูคือผลตอบแทนค่าเช่าสุทธิของทรัพย์ที่จะซื้อเทียบกับต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ ถ้าผลตอบแทนสุทธิต่ำกว่าดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ แปลว่ากำไรทั้งหมดต้องพึ่งส่วนต่างราคาซึ่งไม่แน่นอน ในสภาวะแบบนั้น REIT ที่ให้ปันผลสูงกว่าโดยไม่ต้องกู้จะได้เปรียบกว่า ส่วนการซื้อทรัพย์จริงจะคุ้มขึ้นเมื่อกู้ได้ในอัตราต่ำหรือซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาด
บทความนี้อ้างอิงหลักเกณฑ์ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และประมวลรัษฎากร ข้อมูลราคาขาย ค่าเช่า และขนาดห้องคำนวณจากประกาศที่เผยแพร่ในพอร์ต SW19 เดือนสิงหาคม 2569 จำนวน 869 รายการ ตัวเลขผลตอบแทนเป็นการคำนวณจากค่ากลางของตลาดเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ


