SW19
ขั้นตอนการซื้อ-ขายบ้าน/คอนโด จองถึงโอน ครบทุกสเต็ป 2569

ขั้นตอนการซื้อ-ขายบ้าน/คอนโด จองถึงโอน ครบทุกสเต็ป 2569

การซื้อ-ขายบ้านหรือคอนโดหนึ่งหลัง มีขั้นตอนหลักทั้งหมด 5 ขั้น คือ จอง → ทำสัญญา → ยื่นกู้ → นัดโอน → โอนกรรมสิทธิ์ ากวันวางเงินจองจนถึงวันรับโฉนด บทความนี้พาเดินทีละสเต็ป พร้อมบอกจุดที่คนมักพลาดในแต่ละขั้น เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเตรียมตัวได้ครบในรอบเดียว

การซื้อ-ขายบ้านหรือคอนโดหนึ่งหลัง ไม่ได้จบแค่การตกลงราคา แต่มีขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การจอง ทำสัญญา ยื่นกู้ นัดโอน ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน หากเข้าใจลำดับทั้งหมดตั้งแต่ต้น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะสามารถเตรียมเอกสาร วางแผนค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ดีลสะดุดได้มากขึ้น

โดยทั่วไป กระบวนการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ใช้เวลาประมาณ 30–60 วัน นับจากวันวางเงินจองจนถึงวันรับโฉนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสาร การอนุมัติสินเชื่อ และเงื่อนไขของแต่ละดีล บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนแบบเป็นลำดับ พร้อมจุดที่ควรระวังในแต่ละช่วง เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ครบก่อนตัดสินใจ


ภาพรวมขั้นตอนซื้อ-ขายบ้านและคอนโด

กระบวนการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ในไทยมักเดินตามลำดับใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด มือหนึ่งจากโครงการ หรือทรัพย์มือสองจากเจ้าของเดิม สิ่งที่ต่างกันคือรายละเอียดของเอกสาร คู่สัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน และความเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบในแต่ละขั้น

ขั้นตอนสิ่งที่เกิดขึ้น
1. จองล็อกสิทธิ์ทรัพย์ที่ต้องการ
2. ทำสัญญาจะซื้อจะขายผูกพันสองฝ่ายตามกฎหมาย
3. ยื่นกู้สินเชื่อธนาคารประเมินผู้กู้และหลักประกัน
4. นัดโอนเตรียมเอกสารและค่าใช้จ่าย
5. โอนกรรมสิทธิ์จดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน

ความต่างระหว่างมือหนึ่งและมือสอง

ประเภททรัพย์จุดเด่นข้อที่ควรสังเกต
มือหนึ่งจากโครงการสัญญามาตรฐาน โครงการมีการช่วยประสานสินเชื่อ มีความยืดหยุ่นของการผ่อนดาวน์ตรวจเงื่อนไขส่งมอบ กำหนดโอน และบทปรับหากโครงการล่าช้า
มือสองจากเจ้าของเดิมเห็นทรัพย์จริงก่อนซื้อ เห็นบรรยากาศเพื่อนบ้าน สภาพภูมิประเทศ ก่อนอยู่จริงตรวจสอบโฉนดทุกครั้ง เงื่อนไขของสัญญาจะซื้อจะขาย และค่าใช้จ่ายวันโอนให้รอบคอบ

ขั้นที่ 1 จองหรือวางเงินจอง

การจองคือการจ่ายเงินก้อนแรก เพื่อให้ผู้ขายหรือโครงการล็อกทรัพย์นั้นแก่ผู้ซื้อในช่วงเวลาที่ตกลงกัน โดยเงินจองมักถูกนำไปหักจากราคาซื้อขายในภายหลัง

ซึ่งจำนวนเงินจองขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์และราคาทรัพย์ และเงื่อนไขของผู้ขาย เช่น

เอกสารที่ควรได้รับในวันจอง

ก่อนโอนเงินจอง ควรมีใบจองหรือหลักฐานรับเงินที่ระบุเงื่อนไขของการรับเงินเช่น ข้อมูลต่อไปนี้

  1. ราคาซื้อขายที่ตกลงกัน
  2. รายละเอียดทรัพย์ เช่น เลขที่ห้อง เลขแปลง ขนาด และชั้น
  3. กำหนดวันที่ต้องทำสัญญาจะซื้อจะขาย
  4. เงื่อนไขการคืนเงินจอง หรือกรณีที่ผู้ขายมีสิทธิริบเงินจอง (ถ้ามี)
  5. รายการของแถม เฟอร์นิเจอร์ หรือโปรโมชันที่ตกลงกันไว้ (ถ้ามี)

ข้อควรรู้

ก่อนการวางเงินจองควรจะตกลงเงื่อนไขข้างต้นให้ชัดเจนทั้งสองฝ่ายเพื่อกันการเข้าใจผิดในขั้นตอนต่อไป

คำแนะนำจาก SW19 ฝั่งผู้ขายไม่ควรรับจองซ้อนหลายราย และควรกำหนดวันหมดอายุของใบจองให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ทรัพย์ถูกล็อกไว้โดยผู้ซื้อที่ยังไม่พร้อมจริง หากผู้ซื้อไม่ดำเนินการต่อภายในเวลาที่กำหนด ควรแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเปิดขายต่อ

ขั้นที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อจะขาย

สัญญาจะซื้อจะขาย เอกสารและปากกา

สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของดีล เพราะเป็นจุดที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีข้อผูกพันทางกฎหมายอย่างชัดเจน พร้อมกับการวางเงินมัดจำ

ขั้นนี้เป็นช่วงที่ควรอ่านรายละเอียดอย่างรอบคอบที่สุด เพราะหากสัญญาไม่ชัดเจน ความเสียหายอาจเกิดขึ้นกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเฉพาะเรื่องเงินมัดจำ วันโอน ภาระผูกพัน และเงื่อนไขกู้ไม่ผ่าน

จุดที่ต้องตรวจในสัญญา

  • ราคาซื้อขายและงวดการชำระเงิน ตรวจให้ตรงกับที่ตกลงกัน รวมถึงเงินจองและเงินมัดจำว่าถูกนำไปหักจากราคาซื้อขายหรือไม่

  • กำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ ควรระบุวันที่ชัดเจน พร้อมเงื่อนไขหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัด เช่น ค่าปรับรายวัน หรือสิทธิในการบอกเลิกสัญญา

  • เงื่อนไขกรณีกู้ไม่ผ่าน หากผู้ซื้อจำเป็นต้องยื่นกู้ ควรระบุเงื่อนไข “การคืนเงินมัดจำว่ามีหรือไม่” เป็นลายลักษณ์อักษร และกำหนดหลักฐานให้ชัดเจน เช่น ต้องยื่นกู้กี่ธนาคาร และต้องมีเอกสารปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารหรือไม่

  • ภาระผูกพันบนโฉนด สำหรับทรัพย์มือสอง ควรตรวจสอบว่าทรัพย์มีจำนอง ขายฝาก ภาระจำยอม อายัด หรือข้อจำกัดอื่นหรือไม่

  • ค่าใช้จ่ายวันโอน ควรระบุให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการใด ไม่ควรเขียนกว้าง ๆ ว่า “แบ่งกันตามธรรมเนียม” โดยไม่มีรายละเอียด

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์

รายการผู้รับผิดชอบ
ค่าธรรมเนียมโอน 2%แบ่งคนละครึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบหรือตามตกลง
ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ หรือตามตกลง
ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ หรือตามตกลง

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายวันโอนอาจเปลี่ยนตามมาตรการภาครัฐและเงื่อนไขของแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเผยแพร่หรือก่อนนัดโอนจริง

คำแนะนำจาก SW19 เงื่อนไขที่ตกลงกันด้วยวาจา เช่น ของแถม ซ่อมแซมก่อนโอน เงื่อนไขคืนมัดจำ หรือวันส่งมอบกุญแจ ควรถูกเขียนลงในสัญญาเสมอ เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาท เอกสารคือหลักฐานสำคัญที่สุด

ขั้นที่ 3 ยื่นกู้และรออนุมัติสินเชื่อ

หลังเซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ซื้อควรเตรียมเริ่มยื่นกู้ทันที ซึ่งโดยทั่วไปสัญญามักกำหนดวันโอนไว้ภายใน 30–60 วัน ขณะที่ธนาคารใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อ

เอกสารยื่นกู้แยกตามอาชีพ

กลุ่มอาชีพเอกสารหลักที่มักใช้
พนักงานประจำสลิปเงินเดือน 3–6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
เจ้าของกิจการหนังสือรับรองบริษัทหรือทะเบียนพาณิชย์, Statement กิจการ 12 เดือน, เอกสารภาษี
ฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระStatement 12 เดือน, สัญญาจ้างหรือหลักฐานรายได้, หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
ทุกกลุ่มสัญญาจะซื้อจะขาย, สำเนาโฉนด, บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน

หมายเหตุ เอกสารนี้เป็นเอกสารตั้งต้น ซึ่งอาจจะมีเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของธนาคาร

ราคาประเมินหลักประกันจากธนาคาร ระหว่างพิจารณาสินเชื่อ ธนาคารจะประเมินราคาหลักประกัน ซึ่งราคาประเมินอาจจะเท่ากัน หรือต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง แล้วแต่เงื่อนไข, มาตรการของธนาคาร หรือ มาตรการของรัฐบาล ซึ่งธนาคารจะอนุมัติตามวงเงินที่ต่ำกว่า ระหว่างราคาขาย กับ ราคาประเมินหลักประกัน

สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรออนุมัติ

  • ก่อหนี้ใหม่ เช่น ออกรถ ผ่อนมือถือ หรือรูดบัตรเครดิตก้อนใหญ่
  • เปลี่ยนงานกลางทาง หากยังไม่จำเป็น
  • โอนเงินก้อนใหญ่ผิดปกติในบัญชีโดยไม่มีที่มาชัดเจน แต่ควรเตรียมเอกสารเพิ่มเติมให้พร้อม หากธนาคารร้องขอเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อ

ผู้ซื้อสามารถยื่นกู้พร้อมกัน 2–3 ธนาคารเพื่อเปรียบเทียบวงเงิน อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขประกอบอื่น ๆ ได้ โดยพิจารณาจากดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเป็นหลัก ไม่ควรดูเฉพาะอัตราดอกเบี้ยปีแรก

คำแนะนำจาก SW19 สำหรับผู้ขาย หากทรัพย์ยังติดจำนองอยู่ ผู้ขายต้องติดต่อธนาคารของตนเองล่วงหน้าเพื่อขอยอดปิดหนี้ และนัดเจ้าหน้าที่ธนาคารไปสำนักงานที่ดินในวันโอน เพื่อการไถ่ถอน โอนกรรมสิทธิ์ เกิดขึ้นในวันเดียวกันอย่างราบรื่น

ขั้นที่ 4 นัดโอน เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่าย

เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารของผู้ซื้อจะประสานวันโอนกับผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้ขายรับทราบและนัดกับธนาคารของผู้ขายเพื่อนำเอกสารไถ่ถอนไป ในกรณีที่ทรัพย์ติดจำนองอยู่ ขั้นตอนนี้ควรตรวจเอกสารและยอดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายที่กรมที่ดิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าส่วนกลาง, หนี้ค้าง ให้ครบก่อนวันนัดจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการเลื่อนโอน

เอกสารที่ผู้ซื้อควรเตรียม

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านตัวจริง พร้อมสำเนา
  • ใบเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล (ถ้ามี)
  • หนังสือระบุสถานะ เช่น สมรส หม้าย หย่าร้าง
  • เอกสารคู่สมรส เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือหนังสือยินยอม หากเกี่ยวข้อง
  • แคชเชียร์เช็คหรือเงินสดสำหรับค่าโอนและส่วนต่าง หากเป็นแคชเชียร์เช็ค ควรมีใบเสร็จการซื้อแคชเชียร์เช็คไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินตรวจสอบว่าเป็นตัวจริง

เอกสารที่ผู้ขายควรเตรียม

  • โฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดตัวจริง หรือหากติดจำนองไว้ ทางธนาคารของผู้ขายจะเป็นผู้นำมา
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านตัวจริง พร้อมสำเนา
  • ใบเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล (ถ้ามี)
  • เอกสารคู่สมรส เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือหนังสือยินยอม หากเกี่ยวข้อง
  • ใบปลอดหนี้ค่าส่วนกลาง สำหรับคอนโดมิเนียม
  • เอกสารไถ่ถอนจำนอง หากทรัพย์ติดจำนองอยู่
  • แคชเชียร์เช็คหรือเงินสดสำหรับการไถ่ถอนจากธนาคาร ในส่วนของหนี้คงค้างที่อัปเดตถึงวันที่โอนกรรมสิทธิ์

ตัวอย่างประมาณการค่าใช้จ่ายวันโอน

ตัวอย่าง: คอนโดราคาซื้อขาย 3,000,000 บาท ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ 2,800,000 บาท กู้เต็ม 3,000,000 บาท และผู้ขายถือครอง 4 ปี

รายการวิธีคิดจำนวนเงินโดยประมาณ
ค่าธรรมเนียมโอน 2%2% × ราคาประเมิน 2,800,000 บาท56,000 บาท
ค่าจดจำนอง 1%1% × วงเงินกู้ 3,000,000 บาท30,000 บาท
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%3.3% × ราคาที่สูงกว่า ระหว่างราคาซื้อขายและราคาประเมิน99,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณตามราคาประเมินและปีถือครองตามจำนวนที่คำนวณได้จริง
ค่าคำขอและค่าเอกสารค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดตามเงื่อนไขของกรมที่ดิน

หมายเหตุ: ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับราคาประเมิน ปีถือครอง สถานะผู้ขาย และมาตรการภาครัฐในช่วงเวลานั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเผยแพร่และก่อนนัดโอนจริง

ขั้นที่ 5 โอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

วันโอนที่สำนักงานที่ดิน

วันโอนกรรมสิทธิ์เป็นวันที่ผู้ซื้อและผู้ขายไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน มักสามารถดำเนินการเสร็จภายในวันเดียว หากนัดหมายกันในช่วงเช้า

ลำดับขั้นตอนในวันโอน

  1. ผู้ซื้อและผู้ขายยื่นเอกสารที่สำนักงานที่ดินในช่องประชาสัมพันธ์
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารและให้คิว
  3. เจ้าหน้าที่กรมที่ดินเรียกตามลำดับ เพื่อบันทึกถ้อยคำ, ออกเอกสาร และคำนวณค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
  4. ชำระเงินค่าธรรมเนียมและภาษี พร้อมเก็บใบเสร็จทุกใบ
  5. เจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และจดจำนองกับธนาคารในกรณีที่ผู้ซื้อกู้
  6. ผู้ขายรับเงินค่าทรัพย์ ส่วนผู้ซื้อรับโฉนดหรือสำเนาโฉนดในกรณีที่ธนาคารเก็บโฉนดไว้เป็นหลักประกัน

หลังโอนเสร็จ ควรทำอะไรต่อ

  • ย้ายทะเบียนบ้านเข้าหลังใหม่ หากเกี่ยวข้อง
  • โอนมิเตอร์น้ำและไฟเป็นชื่อเจ้าของใหม่
  • แจ้งนิติบุคคลเปลี่ยนชื่อเจ้าของร่วม สำหรับคอนโดมิเนียม
  • เก็บใบเสร็จวันโอนทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
  • ตรวจรับกุญแจ คีย์การ์ด รีโมต เอกสารคู่มือ และรายการทรัพย์สินที่ตกลงไว้

ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในแต่ละขั้น

ข้อผิดพลาดที่สร้างความเสียหายมากที่สุดมักไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องเอกสารและเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการวางมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขกรณีกู้ไม่ผ่าน

ขั้นตอนความผิดพลาดที่พบบ่อยวิธีป้องกัน
จองโอนเงินจองโดยไม่มีใบจองหรือเงื่อนไขคืนเงินขอเอกสารก่อนโอนเงินทุกครั้ง
ทำสัญญาไม่ตรวจโฉนดหรือภาระผูกพันก่อนวางมัดจำคัดโฉนดและตรวจสถานะทรัพย์ก่อนเซ็น
ยื่นกู้ก่อหนี้ใหม่ระหว่างรออนุมัติรักษาสถานะการเงินให้คงที่จนกว่าจะโอนเสร็จ
นัดโอนลืมใบปลอดหนี้ค่าส่วนกลางขอเอกสารจากนิติบุคคลล่วงหน้า
วันโอนเตรียมเงินค่าใช้จ่ายไม่พอ หรือยอดแคชเชียร์เช็คที่จ่ายภาษีสูงกว่าจำนวนที่ต้องจ่ายจริงกรมที่ดินจะไม่รับเช็คยอดกับสำนักงานที่ดินและธนาคารก่อนวันโอน และควรเตรียมแคชเชียร์เช็คให้ต่ำกว่าที่จ่ายจริงเพื่อที่ให้จ่ายส่วนที่เหลือเป็นเงินสดและกันการผิดพลาด

ข้อควรรู้ เงินทุกบาทที่ออกจากกระเป๋าควรมีเอกสารรองรับ และทุกเงื่อนไขที่ตกลงกันควรถูกระบุเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ควรอาศัยเพียงการพูดคุยหรือข้อความสั้น ๆ ที่ตีความได้หลายทาง

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อ-ขายบ้านใช้เวลากี่วันตั้งแต่จองถึงโอน?

โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 30–60 วัน ขึ้นอยู่กับความเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ ความพร้อมของเอกสาร และเงื่อนไขของแต่ละดีล หากผู้ซื้อจ่ายสดและเอกสารครบ อาจสามารถโอนได้ภายใน 1–2 สัปดาห์

ไม่ใช้นายหน้า ซื้อ-ขายกันเองได้ไหม?

สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องตรวจเอกสาร สัญญา ภาระผูกพัน และค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง หากไม่ชำนาญ ควรมีผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาช่วยตรวจสัญญาและเอกสารสำคัญก่อนวางมัดจำ

เงินจองกับเงินมัดจำ ถูกริบกรณีไหนบ้าง?

โดยทั่วไป หากผู้ซื้อเปลี่ยนใจเองโดยไม่เข้าเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบจองหรือสัญญา ผู้ขายอาจมีสิทธิริบเงินจองหรือเงินมัดจำ แต่หากผู้ขายผิดสัญญา ผู้ซื้ออาจมีสิทธิเรียกคืนเงินและค่าเสียหายตามที่ระบุไว้ในสัญญา

โอนบ้านหรือคอนโดวันเดียวเสร็จไหม?

โดยปกติสามารถเสร็จภายในวันเดียว หากเอกสารครบและทุกฝ่ายมาถึงสำนักงานที่ดินพร้อมกัน กรณีที่มีการไถ่ถอนจำนองเดิม โอนกรรมสิทธิ์ และจดจำนองใหม่ในวันเดียวกัน อาจใช้เวลานานขึ้น แต่ยังสามารถจบภายในวันเดียวได้หากนัดทุกฝ่ายไว้ล่วงหน้า การที่ไม่สามารถโอนเสร็จได้ภายในวันเดียว โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากการเตรียมเอกสารไม่พร้อม, การคำนวณค่าใช้จ่ายที่ผิดพลาด หรือ การตกลงเงื่อนไขที่ไม่ตรงกัน

ค่าโอนคิดจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน?

ค่าธรรมเนียมโอนโดยทั่วไปคิดจากราคาประเมินของกรมที่ดิน ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์อาจอิงจากราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินและราคาซื้อขาย จึงควรตรวจสอบราคาประเมินและค่าใช้จ่ายล่าสุดก่อนวันโอน

ซื้อคอนโดมือหนึ่งที่ยังสร้างไม่เสร็จ ขั้นตอนต่างจากนี้ไหม?

โครงสร้างหลักใกล้เคียงกัน แต่จะมีช่วง “ผ่อนดาวน์” เพิ่มเข้ามาระหว่างการทำสัญญาและการยื่นกู้ โดยผู้ซื้อจะผ่อนดาวน์กับโครงการเป็นงวดจนกว่าโครงการจะสร้างเสร็จ จากนั้นจึงยื่นกู้ก้อนใหญ่และนัดโอนกรรมสิทธิ์

สรุปท้ายบทความ

การซื้อ-ขายบ้านหรือคอนโดไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากเข้าใจลำดับตั้งแต่ต้นและเตรียมตัวให้ถูกจุด ขั้นตอนสำคัญคือ จอง ทำสัญญา ยื่นกู้ นัดโอน และโอนกรรมสิทธิ์ แต่สิ่งที่ทำให้ดีลราบรื่นหรือเกิดปัญหา มักอยู่ที่รายละเอียดในสัญญา เอกสารประกอบ และการเตรียมค่าใช้จ่ายมากกว่าตัวราคาเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ซื้อ ควรตรวจความพร้อมทางการเงินและเงื่อนไขสินเชื่อก่อนวางมัดจำ ส่วนผู้ขายควรเตรียมเอกสารทรัพย์ ภาระผูกพัน และค่าใช้จ่ายวันโอนให้ครบตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อทุกอย่างชัดเจน ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเดินดีลได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อ ขาย หรือปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ทีม SW19 พร้อมช่วยดูภาพรวม ตรวจสอบขั้นตอนสำคัญ และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณอย่างเป็นกลางและเป็นมืออาชีพ

ติดต่อ SW19 เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการซื้อ ขาย หรือปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ


แชร์บทความ

LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง