SW19
รีโนเวทบ้าน 2569 งบเท่าไร ต่อเติมแบบไหนต้องขออนุญาต ครบทั้งกฎหมายและราคา

รีโนเวทบ้าน 2569 งบเท่าไร ต่อเติมแบบไหนต้องขออนุญาต ครบทั้งกฎหมายและราคา

รีโนเวทบ้านคือการปรับปรุงของเดิมให้ใช้งานได้ดีขึ้นโดยไม่แตะโครงสร้างหลัก ส่วนต่อเติมคือการเพิ่มพื้นที่ใหม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันในสายตากฎหมาย เส้นแบ่งนี้สำคัญมาก เพราะงานที่เข้าข่าย "ดัดแปลงอาคาร" ต้องขออนุญาตก่อนลงมือ ถ้าไม่ขอ โทษคือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท และยังโดนปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะแก้ให้ถูกต้อง

ในทางงบประมาณ ตัวเลขที่ใช้ตั้งต้นได้จริงคือคิดเป็นบาทต่อตารางเมตร งานเบาระดับทาสีเปลี่ยนพื้นอยู่ราว 1,500-3,000 บาทต่อตารางเมตร งานระดับกลางที่รวมครัวและห้องน้ำอยู่ราว 3,000-7,000 บาท ส่วนงานหนักที่รื้อผนังและเปลี่ยนระบบไฟประปาอยู่ราว 7,000-15,000 บาทต่อตารางเมตร แปลว่าห้องชุด 1 ห้องนอนขนาดกลาง 35 ตารางเมตรในพอร์ต SW19 ถ้ารีโนเวทระดับกลางทั้งห้องจะอยู่ราว 175,000-280,000 บาท หรือคิดเป็นเพียง 3-5% ของราคาห้อง

บทความนี้แยกให้ชัดทั้งสามด้าน คือกฎหมายว่าอะไรทำได้เลยอะไรต้องขอ งบประมาณว่าแต่ละงานควรตั้งเท่าไร และงานเสี่ยงอย่างการต่อเติมครัวหลังบ้านที่ทรุดร้าวกันทุกปีว่าต้องทำอย่างไรถึงไม่พัง

รีโนเวทบ้านเริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจากแยกให้ออกก่อนว่างานที่อยากทำเป็นงานตกแต่ง งานซ่อมระบบ หรืองานเพิ่มพื้นที่ เพราะสามกลุ่มนี้ต่างกันทั้งงบ ทีมงาน และความจำเป็นในการขออนุญาต คนส่วนใหญ่เริ่มผิดตรงที่ไปเลือกกระเบื้องกับสีก่อน ทั้งที่ควรเริ่มจากตรวจสภาพโครงสร้างและระบบซึ่งซ่อนอยู่หลังผนัง

กลุ่มงานตัวอย่างทีมที่ต้องใช้ต้องขออนุญาตไหม
งานตกแต่งและผิวสำเร็จทาสี ปูพื้นทับ เปลี่ยนสุขภัณฑ์ ทำบิลท์อิน เปลี่ยนฝ้าช่างรับเหมาตกแต่ง ผู้รับเหมารายย่อยไม่ต้อง เพราะไม่ใช่โครงสร้างและไม่เพิ่มน้ำหนักเกิน 10%
งานระบบเดินไฟใหม่ เปลี่ยนตู้คอนซูมเมอร์ ย้ายจุดน้ำ เปลี่ยนท่อ ติดแอร์ช่างไฟฟ้าและช่างประปาที่มีประสบการณ์ งานไฟควรมีผู้มีคุณวุฒิโดยทั่วไปไม่ต้อง แต่ระบบไฟฟ้าควรทำตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า
งานทุบและเปลี่ยนผนังทุบผนังก่ออิฐที่ไม่รับน้ำหนัก เปิดช่องประตูใหม่ผู้รับเหมาที่มีวิศวกรตรวจสอบว่าผนังนั้นไม่ใช่ผนังรับน้ำหนักถ้าไม่ใช่โครงสร้างและไม่เพิ่มน้ำหนักเกิน 10% ไม่ต้องขอ
งานเพิ่มพื้นที่ต่อเติมครัวหลังบ้าน ต่อเติมโรงจอดรถ เพิ่มชั้นลอย ขยายห้องสถาปนิกหรือวิศวกรเซ็นแบบ ผู้รับเหมางานโครงสร้างต้องขอ ถ้าเพิ่มพื้นที่พื้นหรือหลังคาเกิน 5 ตารางเมตร หรือมีการเพิ่มเสาคาน
งานโครงสร้างหลักทุบเสา ตัดคาน ต่อเติมชั้น เปลี่ยนโครงหลังคาคอนกรีตวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต ผู้รับเหมาที่มีผลงานโครงสร้างต้องขอเสมอ และต้องมีวิศวกรรับรองการคำนวณ

ลำดับงานที่ทำให้ไม่ต้องรื้อซ้ำคือ ตรวจสภาพและรื้อของเก่า ทำโครงสร้างและงานต่อเติม เดินระบบไฟและประปา ฉาบและปิดผนัง ปูพื้นและติดตั้งฝ้า ติดตั้งครัวและสุขภัณฑ์ ทาสี แล้วจึงเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง คนที่ปูพื้นสวยแล้วค่อยมาทุบผนังเดินไฟจะเสียของสองรอบเสมอ

ก่อนตั้งงบ ควรตรวจสภาพจริงให้ครบ 5 จุดที่กินเงินมากที่สุดเวลาเจอปัญหา คือ รอยร้าวโครงสร้างและการทรุดตัว การรั่วซึมของหลังคาและดาดฟ้า สภาพระบบไฟและขนาดมิเตอร์ ระบบท่อน้ำดีน้ำทิ้งและบ่อเกรอะ และปลวกหรือความชื้นสะสมในผนัง วิธีตรวจแต่ละจุดแบบละเอียดพร้อมเช็กลิสต์อยู่ในตรวจบ้านก่อนโอน ซึ่งใช้ได้เหมือนกันกับการตรวจก่อนรีโนเวท

สำหรับคนที่กำลังเลือกระหว่างซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทกับซื้อบ้านใหม่ ตัวเลขที่ควรเทียบไม่ใช่แค่ราคาซื้อ แต่ต้องบวกงบรีโนเวทเข้าไปเป็นต้นทุนรวม แล้วเทียบกับราคาบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน รายละเอียดการเปรียบเทียบทั้งชุดอยู่ในบ้านมือหนึ่ง vs บ้านมือสอง

งบประมาณรีโนเวทบ้าน คิดตารางเมตรละเท่าไร

ราคางานรีโนเวทในตลาดปี 2568-2569 แบ่งได้เป็น 4 ระดับตามความลึกของงาน เริ่มที่ 1,500 บาทต่อตารางเมตรสำหรับงานผิว ไปจนถึง 15,000-30,000 บาทต่อตารางเมตรสำหรับงานระดับหรูที่เปลี่ยนทุกอย่าง ตัวเลขนี้เป็นช่วงราคาที่ผู้รับเหมาและบริษัทออกแบบใช้เสนอราคา ไม่ใช่ราคากลางของราชการ จึงต่างกันได้ตามพื้นที่และวัสดุ

ระดับงานขอบเขตราคาต่อตารางเมตรระยะเวลาโดยประมาณ
งานเบาทาสีใหม่ ปูพื้นทับ เปลี่ยนดวงโคม เปลี่ยนสุขภัณฑ์บางชิ้น1,500-3,000 บาท2-4 สัปดาห์
งานมาตรฐานงานเบาทั้งหมด บวกครัวใหม่ ห้องน้ำใหม่ บิลท์อิน เปลี่ยนฝ้า3,000-7,000 บาท6-10 สัปดาห์
งานหนักรื้อผนัง จัดผังใหม่ เดินระบบไฟและประปาใหม่ทั้งหลัง เปลี่ยนหน้าต่าง7,000-15,000 บาท3-5 เดือน
งานระดับหรูเปลี่ยนวัสดุเกรดสูงทั้งหลัง งานออกแบบเฉพาะ งานไม้และหินสั่งทำ15,000-30,000 บาทขึ้นไป5-8 เดือน

เอาช่วงราคานี้มาคูณกับขนาดห้องจริงในตลาดจะเห็นภาพงบทันที ตัวเลขขนาดด้านล่างคำนวณจากประกาศในพอร์ต SW19 เดือนสิงหาคม 2569 (ห้องชุดที่ระบุขนาด 1,146 รายการ ประกาศขายที่มีราคา 231 รายการ)

แบบห้องขนาดกลางราคาขายกลางงบงานเบางบงานมาตรฐานงบงานหนักงานมาตรฐานคิดเป็นกี่ % ของราคาห้อง
สตูดิโอ30.0 ตร.ม.5.99 ล้านบาท60,000-90,000 บาท150,000-240,000 บาท300,000-450,000 บาท2.5-4.0%
1 ห้องนอน35.0 ตร.ม.5.50 ล้านบาท70,000-105,000 บาท175,000-280,000 บาท350,000-525,000 บาท3.2-5.1%
2 ห้องนอน70.0 ตร.ม.12.20 ล้านบาท140,000-210,000 บาท350,000-560,000 บาท700,000-1,050,000 บาท2.9-4.6%
3 ห้องนอน150.0 ตร.ม.29.90 ล้านบาท300,000-450,000 บาท750,000-1,200,000 บาท1,500,000-2,250,000 บาท2.5-4.0%

ตัวเลขคอลัมน์สุดท้ายคือสิ่งที่ควรจำไว้ใช้ตัดสินใจ การรีโนเวทระดับมาตรฐานทั้งห้องมีต้นทุนราว 3-5% ของมูลค่าทรัพย์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างคงที่ไม่ว่าห้องเล็กหรือใหญ่ ถ้าใบเสนอราคาที่ได้มาสูงกว่านี้มากโดยไม่ได้เปลี่ยนวัสดุเป็นเกรดพิเศษ แปลว่าควรขอใบเสนอเพิ่มอีกเจ้า

สัดส่วนค่าใช้จ่ายภายในงบก้อนเดียวกัน โดยทั่วไปกระจายประมาณนี้

หมวดสัดส่วนของงบทั้งหมดสิ่งที่ทำให้บานปลาย
งานรื้อถอนและขนทิ้ง3-7%เจอโครงสร้างเดิมผิดแบบ ต้องรื้อเพิ่ม ค่าขนเศษวัสดุคิดตามเที่ยว
งานโครงสร้างและผนัง15-25%เจอรอยร้าวหรือทรุดตัวที่ต้องเสริมฐานราก
งานระบบไฟและประปา10-18%สายไฟเดิมเสื่อม ต้องเดินใหม่ทั้งหลัง เพิ่มขนาดมิเตอร์
ห้องน้ำและครัว20-30%สองห้องนี้แพงที่สุดต่อตารางเมตร งานกันซึมทำไม่ดีต้องรื้อทำใหม่
พื้น ฝ้า สี ประตูหน้าต่าง20-30%เปลี่ยนใจเรื่องวัสดุกลางงาน
ค่าออกแบบและค่าคุมงาน5-12%งานที่ไม่มีแบบชัดมักบานปลายมากกว่าค่าออกแบบที่ประหยัดไป

ควรกันงบสำรองไว้อีก 10-15% ของงบทั้งหมด เพราะบ้านเก่ามีของที่มองไม่เห็นเสมอ ท่อที่ผุอยู่ในผนัง เสาที่ไม่ตรงแบบ หรือพื้นที่ต้องปรับระดับใหม่ งบสำรองนี้ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือสิ่งที่กันไม่ให้งานหยุดกลางคันเพราะเงินหมด

เรื่องเงินทุน ธนาคารส่วนใหญ่มีสินเชื่อเพื่อการต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแยกจากสินเชื่อซื้อบ้าน โดยใช้บ้านหลังเดิมเป็นหลักประกันและให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลมาก อีกทางคือขอวงเงินเพิ่มจากสินเชื่อบ้านที่มีอยู่ ซึ่งต้องดูเงื่อนไขค่าจดจำนองประกอบ วิธีเปรียบเทียบดอกเบี้ยและโครงสร้างสินเชื่ออธิบายไว้ในสินเชื่อบ้าน 2569 และถ้าเป็นการกู้เพิ่มโดยรีไฟแนนซ์ ต้องอ่านข้อจำกัดเรื่องสิทธิลดหย่อนภาษีในรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 ด้วย

ตารางงบประมาณรีโนเวทบ้านคิดต่อตารางเมตร

ต่อเติมแบบไหนไม่ต้องขออนุญาต

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ระบุการกระทำ 6 อย่างที่ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร จึงทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต นอกเหนือจากนี้ถือเป็นการดัดแปลงอาคารซึ่งมาตรา 21 บังคับให้ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ

ข้อการกระทำที่ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตัวอย่างงานจริง
(1)เปลี่ยนโครงสร้างอาคารโดยใช้วัสดุขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิม เว้นแต่โครงสร้างที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเปลี่ยนโครงหลังคาไม้ผุเป็นไม้ขนาดเดิม ทำได้ แต่เปลี่ยนคานคอนกรีตไม่ได้
(2)เปลี่ยนส่วนที่ไม่เป็นโครงสร้าง โดยใช้วัสดุชนิดเดิมหรือชนิดอื่นที่ไม่เพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเดิมส่วนหนึ่งส่วนใดเกินร้อยละสิบเปลี่ยนผนังเบา เปลี่ยนฝ้า เปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นชนิดอื่น
(3)เปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยายลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ ของส่วนที่ไม่เป็นโครงสร้าง โดยไม่เพิ่มน้ำหนักเกินร้อยละสิบขยายช่องหน้าต่างบนผนังก่ออิฐที่ไม่รับน้ำหนัก ทำผนังกั้นห้องใหม่
(4)ลดหรือขยายเนื้อที่พื้นชั้นหนึ่งชั้นใด รวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่ลดหรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคานขยายพื้นระเบียงเล็กน้อยไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่ตั้งเสาใหม่
(5)ลดหรือขยายเนื้อที่หลังคา ให้มีเนื้อที่มากขึ้นรวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่ลดหรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคานต่อชายคากันฝนสาดเล็กน้อย โดยไม่ตั้งเสารับ
(6)ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารอยู่อาศัย พื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร และน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ต้องมีวิศวกรโยธารับรองความมั่นคงแข็งแรงและแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนดำเนินการติดโซลาร์รูฟบ้านพักอาศัย เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 65 (พ.ศ. 2558)

ประโยคที่ตัดสินทุกอย่างคือเลข 5 ตารางเมตร และ ไม่เพิ่มเสาหรือคาน การต่อเติมครัวหลังบ้านขนาด 3x4 เมตรเท่ากับ 12 ตารางเมตร เกินเกณฑ์ชัดเจน และแทบทุกกรณีต้องตั้งเสารับหลังคาด้วย จึงเป็นการดัดแปลงอาคารที่ต้องขออนุญาต ไม่ว่าเพื่อนบ้านจะทำกันทั้งหมู่บ้านหรือไม่ก็ตาม

ข้อควรรู้เพิ่มคือ แม้งานจะเข้าข่ายทั้ง 6 ข้อข้างต้น ก็ยังต้องไม่ขัดกับกฎกระทรวงอื่น ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือประกาศของรัฐมนตรี ตามที่ระบุไว้ในวรรคท้ายของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน หมายความว่าเรื่องระยะร่นและที่ว่างในหัวข้อถัดไปยังใช้บังคับอยู่เสมอ

อีกจุดที่คนไม่รู้คือค่าธรรมเนียมการขออนุญาตถูกมาก ใบอนุญาตดัดแปลงอาคารฉบับละ 10 บาท ใบอนุญาตก่อสร้างฉบับละ 20 บาท และค่าตรวจแบบแปลนสำหรับอาคารสูงไม่เกินสองชั้นหรือไม่เกิน 12 เมตร คิดตารางเมตรละ 0.50 บาท ต่อเติม 20 ตารางเมตรจึงเสียค่าตรวจแบบเพียง 10 บาท ต้นทุนจริงของการทำให้ถูกกฎหมายอยู่ที่ค่าจ้างเขียนแบบและค่าวิศวกรหรือสถาปนิกเซ็นรับรอง ซึ่งมักอยู่ราว 5,000-20,000 บาทตามขนาดงาน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมราชการอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ระยะร่นและที่ว่างที่ห้ามพลาดตอนต่อเติม

กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 50 กำหนดว่า ผนังอาคารที่มีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ ช่องแสง หรือระเบียง อาคารสูงไม่เกิน 9 เมตรต้องห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร และอาคารสูงเกิน 9 เมตรแต่ไม่ถึง 23 เมตรต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร นี่คือกฎที่การต่อเติมบ้านผิดกันมากที่สุด เพราะคนมักต่อเติมชิดรั้วแล้วเจาะหน้าต่างระบายอากาศไว้ด้วย

ลักษณะผนังที่ต่อเติมระยะห่างจากเขตที่ดินขั้นต่ำเงื่อนไขเพิ่มเติม
ผนังมีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ ช่องแสง หรือระเบียง อาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร2.00 เมตรวัดจากผิวผนังถึงแนวเขตที่ดิน
ผนังมีช่องเปิดแบบเดียวกัน อาคารสูงเกิน 9 เมตรแต่ไม่ถึง 23 เมตร3.00 เมตรใช้กับบ้าน 3 ชั้นขึ้นไปหรืออาคารสูง
ผนังทึบไม่มีช่องเปิดใด ๆ0.50 เมตรถ้าห่างน้อยกว่าระยะใน 2 บรรทัดแรก ผนังด้านนั้นต้องเป็นผนังทึบ
ก่อสร้างชิดเขตที่ดิน0 เมตรทำได้เฉพาะอาคารสูงไม่เกิน 15 เมตร ผนังต้องทึบ และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านนั้น ถ้ามีดาดฟ้าต้องทำผนังทึบสูงจากดาดฟ้าไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร

อีกข้อที่คุมพื้นที่ทั้งแปลงคือ ข้อ 33 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน ซึ่งกำหนดว่าอาคารอยู่อาศัยและอาคารอยู่อาศัยรวมต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30 ใน 100 ส่วนของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร โดยที่ว่างหมายถึงพื้นที่ที่ปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม การต่อเติมที่คลุมหลังคาเต็มพื้นที่หลังบ้านจึงอาจทำให้ที่ว่างเหลือต่ำกว่าเกณฑ์แม้จะไม่ได้ล้ำเขตใครเลย

เรื่องที่กฎหมายอาคารไม่ได้คุมแต่ฟ้องกันได้คือน้ำฝน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1341 ห้ามเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทำหลังคาหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นซึ่งทำให้น้ำฝนตกลงยังทรัพย์สินที่อยู่ติดกัน หลังคากันสาดที่ลาดเทไปทางบ้านข้าง ๆ จึงเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านฟ้องได้แม้ตัวหลังคาจะอยู่ในเขตที่ดินของเราทั้งหมด ทางแก้คือทำรางน้ำรับและระบายลงในที่ดินตัวเอง

สำหรับบ้านในโครงการจัดสรร ยังมีอีกชั้นหนึ่งคือข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและแบบผังโครงการที่ได้รับอนุญาตไว้ การต่อเติมที่เปลี่ยนรูปด้านหน้าอาคารหรือรุกที่ว่างตามผังมักถูกห้ามไว้ในข้อบังคับ ควรขอดูข้อบังคับและยื่นขออนุญาตกับนิติบุคคลก่อนเริ่มงานเสมอ เรื่องอำนาจและหน้าที่ของนิติบุคคลอธิบายไว้ในค่าส่วนกลางและนิติบุคคล

ต่อเติมครัวหลังบ้านทำไมทรุดและร้าว

สาเหตุหลักคือส่วนต่อเติมกับตัวบ้านเดิมใช้ฐานรากคนละแบบ ตัวบ้านเดิมมักลงเสาเข็มยาวถึงชั้นดินแข็ง ส่วนที่ต่อเติมมักใช้เข็มสั้นหรือเทพื้นบนดินถม เมื่อดินทรุดตามธรรมชาติ ส่วนต่อเติมจึงทรุดตามลงไปในขณะที่ตัวบ้านไม่ทรุด ผลคือรอยแยกตรงรอยต่อและกระเบื้องแตกเป็นแนว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากที่สุดของการต่อเติมครัวหลังบ้านในกรุงเทพและปริมณฑลที่เป็นดินเหนียวอ่อน

วิธีทำฐานรากต้นทุนเทียบเคียงพฤติกรรมการทรุดเหมาะกับ
เทพื้นบนดินถม ไม่มีเข็มถูกที่สุดทรุดเร็วและมาก อาจทรุด 5-15 เซนติเมตรใน 3-5 ปีงานชั่วคราว ลานซักล้างที่ยอมรับการทรุดได้
เข็มสั้นหรือเข็มหกเหลี่ยม 2-6 เมตรปานกลางทรุดช้าลงแต่ยังทรุดต่างจากตัวบ้านครัวหลังบ้านที่ยอมให้มีรอยต่อขยับได้
เข็มเจาะหรือเข็มไมโครไพล์ลงชั้นดินแข็งแพงที่สุด แต่คุ้มที่สุดทรุดใกล้เคียงตัวบ้านเดิม รอยร้าวน้อยมากส่วนต่อเติมถาวรที่ต้องการให้เชื่อมกับตัวบ้าน

หลักการที่ผู้รับเหมามืออาชีพใช้คือ แยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านเดิมโดยเด็ดขาด ไม่ฝากคานหรือฝากน้ำหนักใด ๆ ไว้กับโครงสร้างเดิม แล้วทำรอยต่อระหว่างสองส่วนเป็นวัสดุยืดหยุ่นเช่นยาแนวโพลียูรีเทนหรือแผ่นปิดรอยต่อที่ขยับได้ วิธีนี้ยอมรับตั้งแต่ต้นว่าจะมีการทรุดต่างกัน แล้วออกแบบให้การทรุดนั้นไม่ทำให้โครงสร้างเสียหาย ตรงข้ามกับการเชื่อมเหล็กยึดติดกับเสาเดิมซึ่งจะดึงให้โครงสร้างบ้านเดิมร้าวตามไปด้วย

สิ่งที่ต้องเช็กก่อนต่อเติมครัวหลังบ้านให้ครบมี 6 ข้อ

เรื่องต้องตรวจอะไรถ้าไม่ทำจะเจออะไร
พื้นที่ที่จะต่อเกิน 5 ตารางเมตรหรือมีเสาเพิ่มหรือไม่เข้าข่ายดัดแปลงอาคาร ต้องขออนุญาต ถ้าไม่ขอมีโทษอาญา
ระยะห่างจากรั้วผนังมีช่องเปิดต้องห่าง 2 เมตร ผนังทึบ 0.50 เมตรเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งแก้หรือสั่งรื้อได้
ที่ว่าง 30%คลุมหลังคาแล้วที่ว่างเหลือพอไหมผิดข้อ 33 แม้ไม่ได้ล้ำที่ใคร
ฐานรากใช้เข็มแบบไหน แยกโครงสร้างจากตัวบ้านหรือไม่ทรุดต่างระดับ รอยร้าวลามเข้าตัวบ้าน
ทิศทางน้ำฝนหลังคาลาดไปทางบ้านข้างเคียงหรือไม่ มีรางน้ำไหมผิด ป.พ.พ. มาตรา 1341 เพื่อนบ้านฟ้องได้
ระบบระบายน้ำทิ้งต่อเข้าบ่อดักไขมันและท่อระบายเดิมได้ไหมน้ำขังใต้พื้นต่อเติม กลิ่นย้อน และดินอุ้มน้ำจนทรุดเร็วขึ้น

สำหรับทาวน์โฮมและบ้านแฝดที่พื้นที่หลังบ้านแคบ ควรทราบว่ากฎกระทรวงฉบับที่ 55 กำหนดให้ห้องแถวหรือตึกแถวต้องมีที่ว่างด้านหลังอาคารกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตรเพื่อใช้ติดต่อถึงกัน การต่อเติมเต็มพื้นที่หลังบ้านจนปิดทางนี้จึงมีปัญหาทางกฎหมายเพิ่มอีกชั้น รายละเอียดข้อจำกัดของทาวน์โฮมโดยเฉพาะอยู่ในคู่มือเลือกซื้อทาวน์โฮม

รีโนเวทคอนโดต่างจากบ้านอย่างไร

ความต่างที่ใหญ่ที่สุดคือห้องชุดมีทั้งทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางปนกันอยู่ในห้องเดียว และงานที่กระทบทรัพย์ส่วนกลางหรือลักษณะภายนอกอาคารต้องได้มติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม พระราชบัญญัติอาคารชุด มาตรา 48 (3) กำหนดให้การก่อสร้าง ตกแต่ง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมห้องชุดของเจ้าของร่วมที่มีผลต่อทรัพย์ส่วนกลางหรือลักษณะภายนอกอาคาร ต้องได้รับมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด

งานที่อยากทำในห้องชุดทำได้เลยไหมเหตุผล
ทาสีภายใน เปลี่ยนพื้น เปลี่ยนสุขภัณฑ์ ทำบิลท์อินได้ แจ้งนิติบุคคลเพื่อขออนุญาตนำของเข้าและกำหนดเวลาทำงานเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลล้วน
ทุบผนังเบาภายในห้องเพื่อรวมห้องได้ แต่ต้องยืนยันว่าไม่ใช่ผนังรับน้ำหนักและแจ้งนิติบุคคลผนังบางแผ่นเป็นผนังรับแรงเฉือน ต้องดูแบบก่อสร้าง
ย้ายตำแหน่งห้องน้ำหรือท่อน้ำทิ้งหลักส่วนใหญ่ไม่ได้ท่อระบายรวมเป็นทรัพย์ส่วนกลาง กระทบห้องชั้นล่าง
เปลี่ยนกระจกหรือกรอบหน้าต่างให้ต่างจากเดิมไม่ได้ถ้าไม่ได้มติกระทบลักษณะภายนอกอาคารตามมาตรา 48 (3)
กั้นระเบียงเป็นห้องหรือติดกันสาดเพิ่มไม่ได้ถ้าไม่ได้มติระเบียงมักถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดการใช้ และกระทบภายนอกอาคาร
ตัดฝ้าเพื่อเข้าถึงงานระบบเหนือฝ้าต้องขออนุญาตนิติบุคคลก่อนเหนือฝ้ามักมีท่อและสายของส่วนกลางเดินผ่าน

ในทางปฏิบัติ นิติบุคคลอาคารชุดส่วนใหญ่มีระเบียบการตกแต่งห้องชุดของตัวเอง กำหนดเรื่องเวลาทำงาน (มักเป็นวันจันทร์ถึงศุกร์ 9.00-17.00 น.) เงินประกันความเสียหายที่ต้องวางไว้และคืนเมื่องานเสร็จ ลิฟต์ที่ใช้ขนของ และการห้ามงานที่มีเสียงดังในวันหยุด ควรขอระเบียบฉบับเต็มมาอ่านก่อนเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา เพราะเงื่อนไขเรื่องเวลาทำงานมีผลต่อระยะเวลาและราคาที่ผู้รับเหมาเสนอโดยตรง

อีกข้อที่กระทบเงินคือ ห้องชุดที่กำลังจะขายหรือโอน ต้องมีใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล ถ้าระหว่างรีโนเวทมีค่าเสียหายส่วนกลางค้างอยู่ เรื่องจะไปโผล่ตอนขอใบปลอดหนี้พอดี ควรเคลียร์ให้จบทุกครั้งที่งานเสร็จ

รีโนเวทคอนโดและการขออนุญาตนิติบุคคลอาคารชุด

งานรีโนเวทแบบไหนคุ้มค่าที่สุด

งานที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดคืองานที่แก้ปัญหาซึ่งผู้ซื้อหรือผู้เช่ามองเห็นทันทีในการเข้าชมครั้งแรก ได้แก่ ครัว ห้องน้ำ แสงสว่าง และกลิ่นอับ ส่วนงานที่มักไม่คืนทุนคืองานรสนิยมเฉพาะตัวและงานที่ซ่อนอยู่หลังผนัง หลักง่าย ๆ คือถ้ามองไม่เห็นและไม่ได้เสีย มักไม่ต้องรีบทำ

งานงบโดยประมาณ (ห้องชุด 35 ตร.ม.)ผลต่อการขายหรือปล่อยเช่า
ทาสีใหม่ทั้งห้องโทนสว่าง15,000-30,000 บาทสูงมากเทียบกับงบ ทำให้ห้องดูใหม่และสว่างขึ้นทันที
เปลี่ยนไฟเป็นแสงขาวนวลและเพิ่มจุดไฟ10,000-25,000 บาทสูง ภาพถ่ายลงประกาศดูดีขึ้นชัดเจน
ปรับปรุงห้องน้ำ เปลี่ยนสุขภัณฑ์และกระเบื้อง60,000-150,000 บาทสูง เป็นจุดที่ผู้เช่าตัดสินใจ
ทำครัวใหม่พร้อมเครื่องดูดควัน50,000-150,000 บาทสูงสำหรับผู้อยู่อาศัยระยะยาว
เปลี่ยนพื้นทั้งห้องเป็นลามิเนตหรือ SPC25,000-60,000 บาทปานกลางถึงสูง ถ้าพื้นเดิมเสียหายจะคุ้มมาก
บิลท์อินตู้เสื้อผ้าและเตียง60,000-150,000 บาทปานกลาง ช่วยเรื่องปล่อยเช่าพร้อมอยู่ แต่จำกัดกลุ่มผู้ซื้อที่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว
ตกแต่งตามธีมเฉพาะตัวจัดหนัก200,000 บาทขึ้นไปต่ำ ผู้ซื้อรายถัดไปมักอยากรื้อทำใหม่

สำหรับคนที่รีโนเวทเพื่อขายต่อ ควรจำไว้ว่าราคาขายไม่ได้ขยับตามงบที่ลงไปแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ตลาดตั้งราคาจากทำเล ขนาด ชั้น และวิว ก่อนสภาพห้องเสมอ งานรีโนเวทช่วยให้ขายได้เร็วขึ้นและลดการต่อรองมากกว่าจะดันราคาให้สูงกว่าตลาด วิธีตั้งราคาที่อ้างอิงตลาดจริงอธิบายไว้ในราคาประเมินกับราคาตลาด และขั้นตอนการขายทั้งชุดอยู่ในคู่มือขายบ้านและขายคอนโด

สไตล์ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทยช่วงนี้ยังเป็นกลุ่มที่เน้นความเรียบและวัสดุธรรมชาติ ได้แก่ มินิมอลโทนอบอุ่นที่ใช้ไม้สีอ่อนกับผนังสีครีม มูจิสไตล์ที่เน้นฟังก์ชันและการเก็บของ ญี่ปุ่นผสมสแกนดิเนเวียน และลอฟต์แบบเบาที่ใช้ปูนเปลือยเฉพาะบางผนัง จุดร่วมของทุกสไตล์นี้คือใช้สีน้อย วัสดุน้อยชนิด และเน้นแสงธรรมชาติ ซึ่งบังเอิญเป็นแนวทางที่ทำให้ห้องขายต่อง่ายที่สุดด้วย

ฮวงจุ้ยบ้านที่คนไทยดูตอนรีโนเวท

ฮวงจุ้ยเป็นความเชื่อ ไม่ใช่ข้อกฎหมายหรือหลักวิศวกรรม แต่มีผลจริงต่อการขายต่อในตลาดไทยเพราะผู้ซื้อจำนวนมากใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ในมุมปฏิบัติ ข้อห้ามฮวงจุ้ยที่พบบ่อยหลายข้อสอดคล้องกับหลักการใช้งานอยู่แล้ว จึงทำตามได้โดยไม่ขัดกับการออกแบบที่ดี

ความเชื่อที่พบบ่อยเหตุผลเชิงการใช้งานที่สอดคล้องกันทำอย่างไรตอนรีโนเวท
ประตูหน้าไม่ควรตรงกับประตูหลังเป็นแนวเดียวทางลมพัดตรงทำให้ฝุ่นวิ่งทะลุและไม่มีพื้นที่พักสายตาเมื่อเข้าบ้านวางฉากกั้นหรือชั้นวางเตี้ยคั่น ไม่ต้องทุบผนัง
ห้องน้ำไม่ควรอยู่กลางบ้านหรือหันตรงกับเตียงความชื้นและกลิ่นกระจายง่าย และท่อระบายกลางบ้านซ่อมยากถ้าย้ายไม่ได้ ให้เพิ่มพัดลมดูดอากาศและปรับตำแหน่งเตียงแทน
เตาไฟไม่ควรตรงกับอ่างล้างจานหรือประตูระยะทำงานในครัวควรเป็นสามเหลี่ยม และเปลวไฟไม่ควรโดนลมโกรกจัดผังครัวแบบสามเหลี่ยมทำงาน เตา อ่าง ตู้เย็น
ห้องนอนไม่ควรมีคานทับหัวเตียงคานต่ำทำให้รู้สึกอึดอัดและติดตั้งไฟหรือชั้นได้ยากทำฝ้าปิดแนวคานให้เรียบ หรือเลี่ยงตำแหน่งหัวเตียง
บันไดไม่ควรพุ่งชนประตูหน้าเป็นจุดชนกันของทางสัญจร เสี่ยงอุบัติเหตุเวลาคนลงบันไดเร็วเพิ่มชานพักหรือปรับทิศทางขั้นสุดท้าย
บ้านควรมีแสงและลมเข้าถึงทุกห้องตรงกับหลักการออกแบบเพื่อสุขภาวะโดยตรงเพิ่มช่องแสง แต่ต้องเช็กระยะร่น 2 เมตรก่อนเจาะหน้าต่างใหม่

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ อย่าให้ความเชื่อพาไปแตะโครงสร้าง การทุบเสาหรือตัดคานเพื่อย้ายตำแหน่งประตูให้ถูกทิศเป็นการดัดแปลงอาคารที่ต้องขออนุญาตและต้องมีวิศวกรรับรอง และในบางกรณีทำไม่ได้เลยเพราะกระทบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เช่นเดียวกับการเจาะหน้าต่างใหม่ในผนังที่อยู่ห่างเขตที่ดินไม่ถึง 2 เมตร ซึ่งขัดกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ข้อ 50 ตรง ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด

เลือกผู้รับเหมาและสัญญาที่ต้องมี

สัญญารีโนเวทเป็นสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งผู้รับจ้างต้องทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่มาทำงานตามเวลา และมาตรา 600 กำหนดว่าผู้รับจ้างต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏภายใน 1 ปีนับแต่วันส่งมอบ หรือภายใน 5 ปีถ้างานนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน ข้อจำกัดนี้ไม่ใช้บังคับถ้าพิสูจน์ได้ว่าผู้รับจ้างปิดบังความชำรุดบกพร่องนั้นไว้

เอกสารที่ต้องมีก่อนจ่ายเงินงวดแรกทุกครั้ง

เอกสารต้องมีอะไรอยู่ในนั้น
สัญญาจ้างเหมาชื่อคู่สัญญาพร้อมเลขบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ขอบเขตงานโดยละเอียด ราคารวม วันเริ่มและวันแล้วเสร็จ ค่าปรับกรณีล่าช้าเป็นรายวัน และเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา
แบบและรายการวัสดุ (BOQ)ระบุยี่ห้อ รุ่น สี ขนาด และจำนวนของวัสดุหลักทุกรายการ ไม่ใช่เขียนว่า "กระเบื้องเกรดเอ"
ตารางงวดงานแบ่งงวดตามความคืบหน้าของงานจริง ไม่ใช่ตามปฏิทิน และงวดสุดท้ายควรเหลือไม่น้อยกว่า 10% จ่ายหลังตรวจรับ
หนังสือรับประกันผลงานระบุระยะเวลารับประกันแยกตามประเภทงาน งานรั่วซึมและงานโครงสร้างควรยาวกว่างานสี
สำเนาบัตรและหลักฐานผู้รับเหมาเพื่อให้ติดตามตัวได้จริงเมื่อมีปัญหา ผู้รับเหมาที่ไม่ยอมให้สำเนาบัตรคือสัญญาณอันตราย

กติกาการจ่ายเงินที่ปลอดภัยที่สุดคือ จ่ายตามงวดงานที่ตรวจรับแล้วเท่านั้น และไม่จ่ายล่วงหน้าเกิน 15-20% ของค่าจ้างทั้งหมด ผู้รับเหมาที่ขอเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้าโดยอ้างว่าต้องซื้อของ มักเป็นรายที่ใช้เงินจากงานหนึ่งไปปิดอีกงานหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องจ่ายค่าวัสดุก่อน ให้ซื้อวัสดุเองจากร้านโดยตรงแล้วให้ผู้รับเหมาคิดเฉพาะค่าแรง

สัญญาณอันตรายอื่นที่ควรถอยตั้งแต่ต้น ได้แก่ ราคาต่ำกว่าเจ้าอื่นเกิน 30% โดยไม่มีเหตุผลอธิบายได้ ไม่ยอมทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีที่อยู่หรือหน้าร้านที่ตรวจสอบได้ ไม่ยอมให้ดูงานที่ทำเสร็จแล้ว และเร่งให้ตัดสินใจวันนี้เพราะมีโปรโมชัน

โทษเมื่อต่อเติมโดยไม่ขออนุญาต

ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามมาตรา 65 โทษปรับรายวันนี่เองที่ทำให้ยอดรวมสูงกว่าค่าปรับก้อนแรกมาก

ขั้นตอนหลังถูกตรวจพบอำนาจตามกฎหมายผลที่เกิดกับเจ้าของบ้าน
เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งระงับการก่อสร้างมาตรา 40ต้องหยุดงานทันที ผู้รับเหมามักทิ้งงานตรงนี้
สั่งให้ยื่นขออนุญาตหรือแก้ไขให้ถูกต้องมาตรา 41 กำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันถ้าแก้ได้ก็จบด้วยการยื่นขอย้อนหลังและแก้แบบ
สั่งรื้อถอนทั้งหมดหรือบางส่วนมาตรา 42 ใช้เมื่อแก้ไขให้ถูกต้องไม่ได้ หรือไม่ทำตามคำสั่งตามมาตรา 41ต้องรื้อและออกค่าใช้จ่ายเอง
ไม่รื้อตามคำสั่งมาตรา 66 ทวิ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 30,000 บาทโทษหนักขึ้นอีกชั้น และเจ้าพนักงานร้องขอต่อศาลได้
เป็นอาคารเพื่อการพาณิชย์หรือทำในทางการค้ามาตรา 70 ระวางโทษเป็นสองเท่าตึกแถวหรือบ้านที่ทำเป็นโฮมออฟฟิศต้องระวังเป็นพิเศษ

ผลกระทบที่เจ็บกว่าค่าปรับคือตอนขายหรือตอนขอสินเชื่อ การต่อเติมที่ไม่ตรงกับแบบที่ได้รับอนุญาตทำให้ผู้ประเมินของธนาคารตัดพื้นที่ส่วนที่ผิดออกจากการประเมิน วงเงินกู้ของผู้ซื้อจึงต่ำกว่าที่ควร บางกรณีธนาคารไม่รับพิจารณาเลย และผู้ซื้อที่รอบคอบจะขอดูใบอนุญาตดัดแปลงพร้อมแบบก่อนโอน ทำให้ต้องมาแก้ย้อนหลังในจังหวะที่กดดันที่สุด

ทางแก้สำหรับส่วนต่อเติมที่ทำไปแล้วโดยไม่ได้ขอ คือให้สถาปนิกหรือวิศวกรเขียนแบบตามสภาพจริงแล้วยื่นขออนุญาตย้อนหลังกับเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าโครงสร้างและระยะร่นเข้าเกณฑ์ก็มักผ่าน แต่ถ้าล้ำเขตหรือปิดที่ว่างจนต่ำกว่า 30% จะต้องแก้ไขทางกายภาพก่อน ซึ่งแพงกว่าการทำให้ถูกตั้งแต่แรกหลายเท่า

คำถามที่พบบ่อย

ต่อเติมครัวหลังบ้านต้องขออนุญาตไหม

ต้องขอในเกือบทุกกรณี เพราะกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) ยกเว้นให้เฉพาะการขยายเนื้อที่พื้นหรือหลังคารวมกันไม่เกิน 5 ตารางเมตร และต้องไม่ลดหรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคาน ครัวหลังบ้านทั่วไปขนาด 3x3 เมตรขึ้นไปเท่ากับ 9 ตารางเมตรแล้ว และมักต้องตั้งเสารับหลังคาด้วย จึงเข้าข่ายดัดแปลงอาคารตามมาตรา 21 ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตหรือแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ค่าธรรมเนียมราชการถูกมาก ใบอนุญาตดัดแปลงฉบับละ 10 บาท และค่าตรวจแบบตารางเมตรละ 0.50 บาท ต้นทุนจริงคือค่าเขียนแบบและค่าผู้ออกแบบเซ็นรับรอง

ต่อเติมชิดรั้วบ้านได้ไหม ต้องห่างกี่เมตร

ขึ้นอยู่กับว่าผนังด้านนั้นมีช่องเปิดหรือไม่ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 50 ผนังที่มีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ ช่องแสง หรือระเบียง ถ้าอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตรต้องห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร ถ้าสูงเกิน 9 เมตรแต่ไม่ถึง 23 เมตรต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร ส่วนผนังทึบไม่มีช่องเปิดต้องห่างไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร และถ้าจะก่อสร้างชิดเขตที่ดินเลย ทำได้เฉพาะอาคารสูงไม่เกิน 15 เมตร ผนังต้องทึบ และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านนั้นด้วย

รีโนเวทบ้านทั้งหลังใช้งบเท่าไร

คิดจากพื้นที่ใช้สอยคูณด้วยเรตต่อตารางเมตรตามระดับงาน งานเบาที่เป็นการทาสีและเปลี่ยนพื้นอยู่ราว 1,500-3,000 บาทต่อตารางเมตร งานมาตรฐานที่รวมครัวและห้องน้ำใหม่อยู่ราว 3,000-7,000 บาท งานหนักที่รื้อผนังและเดินระบบใหม่อยู่ราว 7,000-15,000 บาท และงานระดับหรูเริ่มที่ 15,000 บาทขึ้นไป บ้าน 150 ตารางเมตรที่รีโนเวทระดับมาตรฐานจึงอยู่ราว 450,000-1,050,000 บาท ควรกันงบสำรองเพิ่มอีก 10-15% เพราะบ้านเก่ามักมีปัญหาที่มองไม่เห็นจนกว่าจะรื้อ

รีโนเวทคอนโดต้องขออนุญาตนิติบุคคลไหม

ต้องแจ้งนิติบุคคลทุกกรณีตามระเบียบการตกแต่งห้องชุด และถ้างานนั้นมีผลต่อทรัพย์ส่วนกลางหรือลักษณะภายนอกอาคาร ต้องได้มติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงเจ้าของร่วมทั้งหมด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด มาตรา 48 (3) งานภายในล้วนอย่างทาสี ปูพื้น หรือทำบิลท์อินทำได้โดยแจ้งขออนุญาตนำของเข้าและตกลงเวลาทำงาน แต่การกั้นระเบียง เปลี่ยนกรอบหน้าต่าง หรือย้ายท่อน้ำทิ้งหลัก มักติดข้อจำกัดเพราะเป็นทรัพย์ส่วนกลางหรือกระทบภายนอกอาคาร

ต่อเติมแล้วบ้านทรุดร้าว ป้องกันอย่างไร

สาเหตุคือส่วนต่อเติมใช้ฐานรากตื้นกว่าตัวบ้านเดิม เมื่อดินทรุดตามธรรมชาติ ส่วนต่อเติมจึงทรุดในอัตราที่ต่างกัน วิธีป้องกันมีสองทาง ทางแรกคือลงเสาเข็มให้ถึงชั้นดินแข็งเท่ากับตัวบ้าน ซึ่งแพงแต่ทรุดใกล้เคียงกัน ทางที่สองคือยอมรับว่าจะทรุดต่างกันแล้วแยกโครงสร้างส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านโดยเด็ดขาด ไม่ฝากคานหรือน้ำหนักไว้กับโครงสร้างเดิม แล้วทำรอยต่อด้วยวัสดุยืดหยุ่น สิ่งที่ห้ามทำคือเชื่อมเหล็กยึดส่วนต่อเติมเข้ากับเสาหรือคานเดิม เพราะจะดึงให้โครงสร้างบ้านเดิมร้าวตามไปด้วย

ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาต้องขออนุญาตไหม

ถ้าเป็นอาคารอยู่อาศัย พื้นที่ติดตั้งไม่เกิน 160 ตารางเมตร และน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ตามข้อ 1 (6) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 ซึ่งเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 65 (พ.ศ. 2558) แต่ยังมีเงื่อนไขสองข้อที่ต้องทำ คือต้องมีผลการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงที่กระทำและรับรองโดยวิศวกรโยธาตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร และต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบก่อนดำเนินการ ส่วนการขายไฟเข้าระบบเป็นคนละเรื่องที่ต้องขออนุญาตกับการไฟฟ้าแยกต่างหาก

ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือทำงานไม่เรียบร้อย ทำอะไรได้บ้าง

สัญญารีโนเวทเป็นสัญญาจ้างทำของ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ทำงานให้สำเร็จตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 และต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏภายใน 1 ปีนับแต่วันส่งมอบ หรือ 5 ปีถ้าเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน ตามมาตรา 600 โดยข้อจำกัดเวลานี้ไม่ใช้บังคับถ้าผู้รับจ้างปิดบังความชำรุดบกพร่องไว้ ในทางปฏิบัติสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือหลักฐาน สัญญาที่ระบุขอบเขตงานและวัสดุชัดเจน ตารางงวดงาน ภาพถ่ายความคืบหน้าทุกสัปดาห์ และการเก็บเงินงวดสุดท้ายไว้ไม่น้อยกว่า 10% จนกว่าจะตรวจรับครบ

ซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทคุ้มกว่าซื้อบ้านใหม่ไหม

ต้องคิดเป็นต้นทุนรวม คือราคาซื้อบวกงบรีโนเวทบวกค่าโอนและดอกเบี้ยระหว่างที่ยังปรับปรุงไม่เสร็จ แล้วเทียบกับราคาบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน โดยทั่วไปการรีโนเวทระดับมาตรฐานมีต้นทุนราว 3-5% ของมูลค่าทรัพย์ ส่วนงานหนักที่รื้อผนังและเปลี่ยนระบบทั้งหลังอาจขึ้นไปถึง 6-9% ถ้าส่วนลดของบ้านมือสองเทียบกับบ้านใหม่ในทำเลเดียวกันมากกว่านั้นและโครงสร้างยังดี การซื้อเก่ามาปรับปรุงมักคุ้มกว่า โดยเฉพาะเมื่อได้ทำเลที่บ้านใหม่ไม่มีเหลือแล้ว ข้อควรระวังคือบ้านที่มีปัญหาโครงสร้างหรือทรุดตัวไม่ควรซื้อไม่ว่าจะถูกแค่ไหน เพราะค่าซ่อมฐานรากประเมินล่วงหน้าได้ยากที่สุด

บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 มาตรา 39 ทวิ มาตรา 40-42 มาตรา 65 มาตรา 66 ทวิ และมาตรา 70 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 65 (พ.ศ. 2558) กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 33 ข้อ 34 และข้อ 50 พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 48 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 มาตรา 600 และมาตรา 1341 ช่วงราคางานรีโนเวทเป็นราคาตลาดที่ผู้รับเหมาและบริษัทออกแบบใช้เสนอราคาในปี 2568-2569 ไม่ใช่ราคากลางของทางราชการ และต่างกันตามพื้นที่ วัสดุ และสภาพหน้างาน ขนาดและราคาห้องอ้างอิงจากประกาศในพอร์ต SW19 เดือนสิงหาคม 2569 (ห้องชุดที่ระบุขนาด 1,146 รายการ ประกาศขายที่มีราคา 231 รายการ) ข้อบัญญัติท้องถิ่นบางแห่งกำหนดเข้มกว่ากฎกระทรวง กรุณาตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ก่อนเริ่มงาน

แชร์บทความ

LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง