
สัญญาจะซื้อจะขาย 2569 คืออะไร ต้องมีอะไรบ้าง เงินมัดจำริบได้ไหม
สัญญาจะซื้อจะขาย คือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ผูกมัดผู้จะซื้อและผู้จะขายว่าจะไปโอนกรรมสิทธิ์กันจริงในวันและเงื่อนไขที่ตกลงไว้ — ต่างจากสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดตรงที่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอน มันคือเอกสารที่ใช้กันจริงในช่วงระหว่างวางเงินจองกับวันโอนที่กรมที่ดิน โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ซื้อยังรอสินเชื่ออนุมัติ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ มิฉะนั้นฟ้องบังคับคดีไม่ได้
บทความนี้อธิบายครบตั้งแต่สัญญาจะซื้อจะขายต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง เงินมัดจำกับเงินประกันต่างกันตรงไหน ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาผลเป็นอย่างไร ริบมัดจำได้ไหม ไปจนถึงข้อควรระวังที่คนโดนหลอกบ่อยก่อนเซ็น
สัญญาจะซื้อจะขายคืออะไร ต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร
สัญญาจะซื้อจะขายเป็น "สัญญาเตรียมการก่อนโอน" ที่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ขาย ส่วนสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดคือกรรมสิทธิ์โอนไปให้ผู้ซื้อแล้ว ณ วันจดทะเบียนที่กรมที่ดิน พูดง่ายๆ คือสัญญาจะซื้อจะขายใช้ผูกมัดกันไว้ก่อน แล้วค่อยไปทำสัญญาซื้อขาย (ท.ด.13) จริงในวันโอน ตารางนี้เทียบให้เห็นชัด
| ประเด็น | สัญญาจะซื้อจะขาย | สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด |
|---|---|---|
| สถานะกรรมสิทธิ์ | ยังไม่โอน ผู้ขายยังเป็นเจ้าของ | โอนแล้ว ผู้ซื้อเป็นเจ้าของเต็มตัว |
| ใช้ตอนไหน | ช่วงก่อนวันโอน / ยังรอสินเชื่อ | วันไปจดทะเบียนโอนที่กรมที่ดิน |
| ทำที่ไหน | ที่ไหนก็ได้ (เอกสารระหว่างคู่สัญญา) | ต้องจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน |
| ถ้าอีกฝ่ายเบี้ยว | ฟ้องบังคับให้โอน หรือเรียกค่าเสียหาย | ฟ้องในฐานะเจ้าของทรัพย์ |
ในทางปฏิบัติ การซื้อบ้านหรือคอนโดมือสองเกือบทุกดีลจะเริ่มจากสัญญาจะซื้อจะขายเสมอ เพราะผู้ซื้อต้องใช้เวลายื่นกู้ธนาคาร 2–4 สัปดาห์ก่อนถึงวันโอน สัญญานี้จึงเป็นตัวล็อกราคาและล็อกทรัพย์ไว้ไม่ให้ผู้ขายไปขายให้คนอื่นระหว่างรอ ถ้าอยากเห็นภาพรวมทุกขั้นตอนตั้งแต่จองถึงโอน อ่านได้ที่ ขั้นตอนซื้อ-ขายบ้าน จองถึงโอน
องค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีในสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาที่รัดกุมต้องระบุอย่างน้อย 8 เรื่องนี้ให้ครบ: คู่สัญญา ทรัพย์ ราคาและงวดเงิน วันโอน ใครจ่ายค่าโอน เงื่อนไขมัดจำ ภาระผูกพัน และลายมือชื่อพร้อมพยาน ขาดข้อใดข้อหนึ่งไปมักกลายเป็นช่องให้เถียงกันทีหลัง โดยเฉพาะเรื่องเงินมัดจำและวันโอน ตรวจตามเช็กลิสต์นี้ก่อนเซ็นทุกครั้ง
| องค์ประกอบ | ต้องระบุอะไร |
|---|---|
| คู่สัญญา | ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ทั้งผู้จะซื้อและผู้จะขาย ตรงกับชื่อในโฉนด |
| รายละเอียดทรัพย์ | เลขโฉนด/เลขที่ห้องชุด เนื้อที่ ที่ตั้ง ชื่อโครงการ ให้ตรงกับเอกสารสิทธิ |
| ราคาและงวดเงิน | ราคารวม เงินมัดจำ งวดระหว่างทาง และยอดคงเหลือที่ชำระวันโอน |
| วันและที่โอน | วันสุดท้ายที่ต้องไปโอนที่สำนักงานที่ดิน |
| ใครจ่ายค่าใช้จ่าย | ค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง ภาษี แบ่งกันอย่างไร (ดู ค่าโอน-ค่าจดจำนอง) |
| เงื่อนไขมัดจำ | ระบุชัดว่าเป็น "เงินมัดจำ" ริบได้/คืนได้กรณีไหน โดยเฉพาะกรณีกู้ไม่ผ่าน |
| ภาระผูกพัน | ถ้าทรัพย์ติดจำนอง/ขายฝาก ใครไถ่ถอนและเมื่อไร |
| ลายมือชื่อ + พยาน | เซ็นครบทั้งสองฝ่าย พยาน 1–2 คน (หลักฐานตามมาตรา 456) |
สำหรับคอนโดจากโครงการใหม่ กฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการใช้แบบสัญญามาตรฐาน "อ.ช." ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคุ้มครองผู้บริโภคไว้แล้ว ถ้าเจอสัญญาที่ตัดข้อคุ้มครองออกหรือแก้ไขจนเสียเปรียบผู้ซื้อ ให้ตั้งข้อสังเกตและขอดูแบบมาตรฐานเทียบ
เงินมัดจำกับเงินประกันต่างกันอย่างไร
เงินมัดจำคือเงินที่จ่ายเพื่อยืนยันว่าทำสัญญาแล้ว ถ้าผู้ซื้อผิดสัญญาผู้ขายมีสิทธิ "ริบ" ได้ ส่วนเงินประกันเป็นเงินค้ำการปฏิบัติตามสัญญาที่ต้อง "คืน" เมื่อจบสัญญาโดยไม่มีความเสียหาย ความต่างนี้สำคัญมากเวลาเกิดข้อพิพาท เพราะกฎหมายตีความคนละแบบ ยึดตามคำที่เขียนในสัญญาเป็นหลัก ไม่ใช่ที่เรียกกันปากเปล่า
| เงินมัดจำ | เงินประกัน | |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | ยืนยันการทำสัญญา | ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา |
| ผู้ซื้อผิดสัญญา | ผู้ขายริบได้ทั้งหมด | หักเท่าความเสียหายจริง |
| ผู้ขายผิดสัญญา | คืนมัดจำ (บางสัญญาระบุคืน 2 เท่า) | คืนเต็มจำนวน |
| จบสัญญาปกติ | หักเป็นส่วนหนึ่งของราคา | คืนเต็มจำนวน |
ตัวอย่างจริงที่เจอบ่อย: ผู้ซื้อวางมัดจำคอนโด 100,000 บาท แล้วเปลี่ยนใจไม่ซื้อทั้งที่เงื่อนไขครบ ผู้ขายมีสิทธิริบมัดจำ 100,000 บาทนั้นไว้ได้ตามข้อตกลง ในทางกลับกันถ้าผู้ขายไปขายห้องให้คนอื่นก่อน ผู้ซื้อเรียกมัดจำคืนได้ และถ้าสัญญาเขียนเป็นเบี้ยปรับไว้ก็อาจเรียกได้ถึง 2 เท่า
จุดที่พลาดกันมากที่สุดคือกรณีกู้ไม่ผ่าน หลายคนเข้าใจว่า "จ่ายมัดจำแล้วถ้ากู้ไม่ผ่านต้องได้คืนเสมอ" ซึ่งไม่จริง มันขึ้นกับข้อความในสัญญาล้วนๆ ถ้าไม่เขียนไว้ว่า "กรณีธนาคารปฏิเสธสินเชื่อโดยไม่ใช่ความผิดของผู้ซื้อ ให้คืนมัดจำเต็มจำนวน" ผู้ขายอาจตีความว่าผู้ซื้อผิดสัญญาและริบมัดจำได้ ก่อนเซ็นจึงต้องยืนยันให้เขียนเงื่อนไขข้อนี้ให้ชัด และถ้ากังวลเรื่องกู้ อ่านวิธีเตรียมตัวได้ที่ กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน แก้ยังไง
ถ้าผิดสัญญาจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย
ถ้าผู้ซื้อผิดสัญญา ผู้ขายริบมัดจำ + บอกเลิกสัญญา + เรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ ถ้าผู้ขายผิดสัญญา ผู้ซื้อเรียกเงินคืนทั้งหมด + ค่าเสียหาย หรือฟ้องบังคับให้โอนก็ได้ ทั้งหมดอาศัยตัวสัญญาจะซื้อจะขายเป็นหลักฐานตามมาตรา 456 ดังนั้นสัญญายิ่งเขียนละเอียดยิ่งได้เปรียบเวลาเกิดเรื่อง
| ฝ่ายที่ผิดสัญญา | ตัวอย่างการผิด | ผลทางกฎหมายของอีกฝ่าย |
|---|---|---|
| ผู้จะซื้อ | เปลี่ยนใจไม่ซื้อ / ไม่ชำระตามงวด / ไม่ยอมไปโอน | ริบมัดจำ · บอกเลิกสัญญา · ฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนเกิน |
| ผู้จะขาย | ไม่ไปโอน / ขายซ้ำให้คนอื่น / ทรัพย์ติดภาระที่ไม่แจ้ง | เรียกเงินคืนทั้งหมด+ดอกเบี้ย · เรียกค่าเสียหาย · ฟ้องบังคับให้โอน |
สำหรับคอนโดที่ใช้แบบสัญญา อ.ช. มีเกณฑ์ชัดเจน เช่น ถ้าผู้จะซื้อผ่อนดาวน์แล้วผิดนัด 3 งวดติดต่อกัน ผู้จะขายมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และในทางกลับกันถ้าผู้จะขายผิดสัญญา ผู้จะซื้อมีสิทธิบอกเลิกและได้เงินที่ชำระไปแล้วคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยตามที่ตกลง จุดสำคัญคือการเรียกค่าเสียหาย "ส่วนเกิน" จากมัดจำต้องพิสูจน์ความเสียหายจริง เช่น ค่าดำเนินการสินเชื่อ ค่าเสียโอกาส ไม่ใช่เรียกเท่าไรก็ได้
ข้อควรระวังก่อนเซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย
ก่อนเซ็นและก่อนวางเงินก้อนใหญ่ ต้องตรวจ 3 อย่างที่สำนักงานที่ดินเสมอ: ชื่อในโฉนดตรงกับผู้ขายไหม ทรัพย์ติดจำนองหรือขายฝากหรือเปล่า และมีภาระผูกพันอื่นไหม เพราะกลโกงที่คนโดนบ่อยที่สุดคือถูกหลอกให้วางมัดจำทรัพย์ที่ผู้ขายไม่มีสิทธิขายจริง หรือทรัพย์ที่ติดภาระจนโอนไม่ได้ นี่คือจุดเสี่ยงที่เจอบ่อยและวิธีป้องกัน
| ความเสี่ยง | วิธีป้องกัน |
|---|---|
| ที่ดิน/บ้านติดจำนองธนาคาร | ทำได้ แต่ต้องระบุวิธีปลดจำนองในสัญญา และไถ่ถอนพร้อมโอนวันเดียวกันที่กรมที่ดิน |
| ทรัพย์อยู่ระหว่างขายฝาก | เจ้าของเดิมไถ่คืนได้ ทำให้เราไม่ได้กรรมสิทธิ์จริง — ตรวจสารบัญจดทะเบียนก่อน |
| ผู้ขายไม่ใช่เจ้าของตัวจริง | ขอสำเนาโฉนด+บัตรประชาชน เทียบชื่อที่สำนักงานที่ดิน เช็กหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้อง |
| ผังเมืองจำกัดการใช้ที่ดิน | ถ้าซื้อเพื่อสร้างเอง ตรวจข้อกำหนดผังเมืองกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อน |
| สัญญาเขียนหลวมเกินไป | ทำเป็นหนังสือครบทุกองค์ประกอบ ลงลายมือชื่อชัดเจน เก็บสลิปโอนทุกครั้งแนบสัญญา |
อย่าโอนเงินก้อนใหญ่ให้ผู้ขายไป "ปิดจำนองล่วงหน้า" โดยไม่มีเงื่อนไขคุ้มครองในสัญญา และอย่าตกลงกันปากเปล่าหรือเขียนสัญญาแบบง่ายๆ ตามร้านถ่ายเอกสารโดยไม่ระบุเงื่อนไขสำคัญ เพราะจะเข้าปัญหาตามมาตรา 456 คือขาดหลักฐานเป็นหนังสือ ทำให้ฟ้องบังคับคดีได้ยาก ดีลใหญ่ระดับหลักล้านการให้ทนายหรือนิติกรตรวจสัญญาสักครั้งคุ้มค่ากว่าเสี่ยงเสียทั้งก้อน หลังเซ็นแล้วขั้นตอนต่อไปคือการโอนกรรมสิทธิ์ อ่านได้ที่ ขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจะซื้อจะขายต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดินไหม
ไม่ต้อง สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารระหว่างคู่สัญญา ทำที่ไหนก็มีผลผูกพันตราบใดที่เป็นหนังสือและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ส่วนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์จริงค่อยไปทำที่สำนักงานที่ดินในวันโอน
กู้ไม่ผ่าน จะได้เงินมัดจำคืนไหม
ขึ้นกับข้อความในสัญญา ถ้าสัญญาระบุว่า "กรณีธนาคารปฏิเสธสินเชื่อโดยไม่ใช่ความผิดของผู้ซื้อ ให้คืนมัดจำ" ก็ได้คืน แต่ถ้าไม่ได้เขียนไว้ ผู้ขายอาจถือว่าผู้ซื้อผิดสัญญาและริบมัดจำได้ จึงต้องยืนยันให้เขียนเงื่อนไขนี้ก่อนเซ็น
เขียนสัญญากันเองโดยไม่มีพยานได้ไหม
ได้ กฎหมายไม่ได้บังคับให้มีพยานในทุกกรณี สิ่งที่มาตรา 456 บังคับคือต้องเป็นหนังสือและมีลายมือชื่อของฝ่ายที่จะถูกฟ้อง แต่การมีพยาน 1–2 คนช่วยให้หลักฐานหนักแน่นขึ้นเวลาเกิดข้อพิพาท
ผู้ขายเบี้ยวไม่ยอมโอน ทำอะไรได้บ้าง
ถ้ายังต้องการทรัพย์นั้น ใช้สัญญาจะซื้อจะขายเป็นหลักฐานฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ผู้ขายไปโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาได้ หรือถ้าไม่ต้องการแล้ว เรียกเงินที่จ่ายไปคืนทั้งหมดพร้อมค่าเสียหายที่พิสูจน์ได้
เงินจอง เงินมัดจำ เงินดาวน์ ต่างกันไหม
ต่างกัน เงินจองคือเงินก้อนแรกเล็กๆ เพื่อกันสิทธิ เงินมัดจำคือเงินยืนยันการทำสัญญาที่ริบได้ถ้าผิดสัญญา ส่วนเงินดาวน์คือส่วนของราคาที่ทยอยผ่อนก่อนโอน ในทางปฏิบัติหลายดีลรวมเงินจองเป็นส่วนหนึ่งของมัดจำ ต้องดูที่สัญญาระบุ


