
ซื้อที่ดิน 2569 คู่มือตรวจก่อนซื้อ เอกสารสิทธิ์ ผังเมือง ทางเข้า-ออก และค่าโอน
การซื้อที่ดินให้ปลอดภัยต้องตรวจ 4 เรื่องให้ครบก่อนวางมัดจำ คือ ประเภทเอกสารสิทธิ์ว่าโอนขายได้จริงไหม ผังเมืองว่าที่ดินสร้างอะไรได้ ทางเข้า-ออกและสภาพที่ดินว่าใช้ประโยชน์ได้จริง และค่าใช้จ่ายภาษี-ค่าโอนทั้งหมด ที่ดินต่างจากบ้านและคอนโดตรงที่ความเสี่ยงซ่อนอยู่ในเอกสารและข้อกฎหมายมากกว่าตัวทรัพย์ ที่ดินสวยราคาถูกอาจเป็นที่ ส.ป.ก. ที่ซื้อขายไม่ได้ เป็นที่ตาบอดไม่มีทางออก หรืออยู่ในผังเมืองที่ห้ามสร้างสิ่งที่คุณตั้งใจ การตรวจสอบก่อนซื้อจึงสำคัญกว่าทรัพย์ประเภทอื่นมาก
บทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องตรวจก่อนซื้อที่ดิน ตั้งแต่การอ่านเอกสารสิทธิ์แต่ละประเภท ผังเมือง ทางเข้า-ออก ไปจนถึงค่าโอนและภาษีที่เกี่ยวข้อง อ้างอิงประมวลกฎหมายที่ดิน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายผังเมือง
ก่อนซื้อที่ดินต้องรู้อะไร
หลักสำคัญที่สุดคือ "ตรวจเอกสารสิทธิ์และผังเมืองก่อนมัดจำเสมอ" เพราะเงินมัดจำที่วางไปแล้วเรียกคืนยากหากที่ดินมีปัญหาที่คุณตรวจไม่เจอ ที่ดินแปลงเดียวกันอาจมีมูลค่าและใช้ประโยชน์ต่างกันมหาศาลขึ้นกับเอกสารสิทธิ์ ผังเมือง และทางเข้า-ออก คนซื้อที่ดินครั้งแรกมักดูแค่ทำเลกับราคา แล้วพลาดตรงรายละเอียดกฎหมายที่ทำให้ที่ดินสร้างไม่ได้หรือขายต่อไม่ออก
ก่อนตัดสินใจ ควรขอข้อมูลและตรวจสอบ 5 อย่างนี้เป็นอย่างน้อย
| สิ่งที่ต้องขอ/ตรวจ | ตรวจที่ไหน / อย่างไร |
|---|---|
| สำเนาเอกสารสิทธิ์ (โฉนด/น.ส.3ก) | ขอจากผู้ขาย แล้วนำเลขโฉนดไปตรวจที่สำนักงานที่ดินว่าตรงกับต้นฉบับหลังโฉนด |
| ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ | ต้องตรงกับบัตรประชาชนผู้ขาย ระวังการมอบอำนาจที่ไม่ชัดเจน |
| ภาระผูกพัน (จำนอง อายัด ภาระจำยอม) | ตรวจหลังโฉนดที่สำนักงานที่ดิน มีบันทึกจำนอง/รอนสิทธิไหม |
| ผังเมืองและการใช้ประโยชน์ | ตรวจสีผังเมืองที่สำนักงานโยธาธิการฯ จังหวัด หรือระบบผังเมืองออนไลน์ |
| แนวเขตและเนื้อที่จริง | ให้เจ้าหน้าที่รังวัดชี้แนวเขต เทียบเนื้อที่จริงกับที่ระบุในโฉนด |
ข้อควรจำคือ อย่าซื้อที่ดินโดยดูแค่รูปถ่ายหรือแผนที่ ต้องไปดูที่จริงและตรวจแนวเขตกับเจ้าหน้าที่ที่ดินเสมอ เพราะเนื้อที่จริงอาจน้อยกว่าในโฉนด หรือแนวรั้วปัจจุบันอาจรุกล้ำที่ข้างเคียง ซึ่งเป็นชนวนข้อพิพาทที่พบบ่อยที่สุดของการซื้อที่ดิน
ประเภทเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โฉนด น.ส.3ก ส.ป.ก.
เอกสารสิทธิ์ที่ดินไทยมีหลายระดับ และไม่ใช่ทุกใบที่ซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ได้ ที่ปลอดภัยที่สุดคือโฉนด (น.ส.4) ที่เป็นกรรมสิทธิ์เต็ม ส่วน ส.ป.ก.4-01 ห้ามซื้อขายเด็ดขาด การรู้จักตราครุฑและระดับเอกสารสิทธิ์คือด่านแรกที่กันไม่ให้เสียเงินซื้อที่ที่โอนไม่ได้ ตารางนี้สรุปทุกประเภทที่พบบ่อย
| เอกสารสิทธิ์ | ความหมาย | ซื้อขาย/โอนได้ไหม |
|---|---|---|
| โฉนดที่ดิน (น.ส.4 / น.ส.4จ) ครุฑแดง | กรรมสิทธิ์เต็มในที่ดิน แนวเขตชัดเจนจากการรังวัด | ได้เต็มที่ ซื้อขาย โอน จำนองได้ (ปลอดภัยสุด) |
| น.ส.3ก ครุฑเขียว | หนังสือรับรองการทำประโยชน์ มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ แนวเขตค่อนข้างชัด | ซื้อขาย โอน จำนองได้ ยื่นออกโฉนดได้ภายหลัง |
| น.ส.3 / น.ส.3ข ครุฑดำ | หนังสือรับรองการทำประโยชน์ แนวเขตยังไม่ละเอียดเท่าโฉนด | โอนได้ แต่ต้องรังวัดและประกาศ 30 วันก่อนทำนิติกรรม |
| ส.ค.1 | แบบแจ้งการครอบครองที่ดินเดิม ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ | โอนได้แค่การครอบครอง เสี่ยงสูง ควรออกโฉนดก่อนซื้อ |
| ส.ป.ก.4-01 | สิทธิใช้ที่ดินรัฐเพื่อเกษตรกรรม ไม่มีกรรมสิทธิ์ | ห้ามซื้อขาย/โอนให้คนอื่น (โอนได้เฉพาะมรดกทายาท) |
| น.ส.2 (ใบจอง) | หนังสืออนุญาตให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราว | ห้ามโอน (ยกเว้นมรดก) ต้องทำประโยชน์ตามเงื่อนไข |
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ที่มักถูกเสนอขายในราคาถูกมากตามชานเมืองและต่างจังหวัด ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 ที่ดินนี้เป็นของรัฐ ห้ามซื้อขายหรือโอนสิทธิให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทายาทโดยเด็ดขาด การ "ซื้อ" ส.ป.ก. ด้วยสัญญากันเองไม่มีผลทางกฎหมาย ผู้ซื้ออาจถูกยึดคืนและเสียเงินฟรี แม้ช่วงปี 2568-2569 จะมีนโยบายทดลองปรับสิทธิ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรมในบางพื้นที่ แต่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นโฉนดกรรมสิทธิ์เต็มที่ซื้อขายอิสระได้ทั่วประเทศ จึงยังต้องถือว่าซื้อขายไม่ได้จนกว่าจะมีเอกสารสิทธิ์เต็มในมือ
ตรวจผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ที่ดิน
ผังเมืองกำหนดว่าที่ดินแปลงนั้นสร้างอะไรได้และห้ามอะไร โดยแบ่งเป็นโซนสีตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมของแต่ละพื้นที่ ที่ดินที่คุณตั้งใจจะสร้างบ้านจัดสรรหรืออาคารพาณิชย์ อาจอยู่ในโซนสีเขียว (เกษตรกรรม) ที่สร้างไม่ได้ ดังนั้นต้องตรวจสีผังเมืองก่อนซื้อเสมอ ตารางนี้สรุปความหมายของแต่ละสีตามหลักทั่วไปของ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562
| สีผังเมือง | ประเภทการใช้ที่ดิน | สร้างอะไรได้ (หลักทั่วไป) |
|---|---|---|
| สีแดง | พาณิชยกรรม | อาคารพาณิชย์ สำนักงาน โรงแรม คอนโดสูง ที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูง |
| สีส้ม | ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง | บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารชุดขนาดกลาง อาคารพาณิชย์บางประเภท |
| สีเหลือง | ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย | บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมขนาดเล็ก จำกัดอาคารสูงและโรงงาน |
| สีเขียว | ชนบทและเกษตรกรรม | เกษตรกรรม บ้านพักในไร่นา จัดสรร/โรงงานทำได้เฉพาะที่กฎหมายอนุญาต |
| สีม่วง | อุตสาหกรรม | โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ที่อยู่อาศัยจำกัดมาก |
นอกจากสีผังเมือง ยังต้องตรวจข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ซ่อนอยู่ เช่น แนวเวนคืนถนนหรือรถไฟฟ้าในอนาคต (ที่ดินอาจถูกเวนคืนบางส่วน) แนวสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน เขตทางน้ำ หรือระยะห่างจากแหล่งน้ำที่ห้ามสร้าง วิธีตรวจที่ปลอดภัยคือนำเลขโฉนดไปสอบถามที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่นั้น เพื่อขอหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจซื้อ
ตรวจทางเข้า-ออก น้ำท่วม และการถมที่
สามเรื่องนี้คือกับดักที่ทำให้ที่ดินราคาถูกกลายเป็นภาระ คือ ที่ดินตาบอดไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และที่ลุ่มที่ต้องถมสูงจนต้นทุนบานปลาย ที่ดินที่ตรวจเอกสารผ่านหมดแต่เข้าไม่ถึงหรือใช้ประโยชน์ไม่ได้จริง ก็ไม่มีค่า จึงต้องตรวจสภาพจริงควบคู่กับเอกสาร
ที่ดินตาบอด (ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ) — ตรวจว่าที่ดินติดถนนสาธารณะหรือไม่ ถ้าไม่ติด แปลว่าต้องผ่านที่ดินคนอื่นเข้า-ออก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349-1350 เจ้าของที่ดินตาบอดมีสิทธิเรียก "ทางจำเป็น" ผ่านที่ดินข้างเคียงได้ แต่ต้องจ่ายค่าทดแทนและมักต้องฟ้องร้อง เสียเวลาและเงินมาก ทางที่ดีคือเลือกที่ดินที่ติดถนนสาธารณะโดยตรง หรือมีทางเข้า-ออกที่จดทะเบียน "ภาระจำยอม" ไว้แล้วหลังโฉนด (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1387 เป็นต้นไป) ซึ่งผูกพันเจ้าของที่ดินรายต่อไปแม้จะขายเปลี่ยนมือ
น้ำท่วมและระดับที่ดิน — ถามเพื่อนบ้านและผู้นำชุมชนตรงๆ ว่าพื้นที่นี้เคยท่วมไหม ปีล่าสุดสูงแค่ไหน สังเกตระดับที่ดินเทียบกับถนนหน้าที่และที่ดินข้างเคียง ถ้าที่ดินต่ำกว่าถนนมาก ต้องถมสูงซึ่งมีต้นทุน ลองไปดูที่ดินในหน้าฝนหรือหลังฝนตกหนักจะเห็นสภาพการระบายน้ำจริง
ต้นทุนการถมที่ — ที่ลุ่มที่ต้องถมสูงมีต้นทุนที่คนมักลืมคำนวณ ค่าถมดินคิดเป็นคิว (ลูกบาศก์เมตร) ราคาดินถมรวมค่าขนส่งและบดอัดอยู่ที่ประมาณหลักร้อยบาทต่อคิว ที่ดิน 1 ไร่ (1,600 ตร.ม.) ถมสูง 1 เมตรต้องใช้ดินราว 1,600 คิว ต้นทุนอาจถึงหลักแสนบาท และหลังถมต้องทิ้งให้ดินเซ็ตตัว 6 เดือนถึง 1 ปีก่อนสร้าง ดังนั้นที่ดินราคาถูกที่ต้องถมมาก เมื่อรวมต้นทุนถมแล้วอาจแพงกว่าที่ดินถมพร้อมสร้างที่ราคาสูงกว่า
ค่าใช้จ่ายและภาษีที่ดิน
การซื้อขายที่ดินมีค่าใช้จ่าย ณ วันโอนที่กรมที่ดิน 4 รายการหลัก และมีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องจ่ายทุกปีหลังเป็นเจ้าของ ต่างจากบ้านและคอนโดตรงที่ที่ดินเปล่ามักไม่เข้าเกณฑ์มาตรการลดค่าโอน 0.01% (ซึ่งเน้นที่อยู่อาศัย) จึงต้องเตรียมค่าโอนเต็มอัตรา ตารางนี้สรุปค่าใช้จ่ายวันโอน
| รายการ | อัตรา | ผู้จ่ายตามธรรมเนียม |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมโอน | 2% ของราคาประเมิน | แล้วแต่ตกลง (มักคนละครึ่ง) |
| ภาษีธุรกิจเฉพาะ | 3.3% ของราคาขายหรือประเมิน (แล้วแต่สูงกว่า) เก็บเมื่อขายภายใน 5 ปี | ผู้ขาย |
| อากรแสตมป์ | 0.5% (เก็บเมื่อไม่เข้าเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะ) | ผู้ขาย |
| ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย | คำนวณตามราคาประเมินและจำนวนปีถือครอง | ผู้ขาย |
จุดที่คนซื้อที่ดินต้องระวังคือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ซึ่งเก็บเมื่อผู้ขายขายที่ดินภายใน 5 ปีนับจากได้มา ถ้าผู้ขายพยายามผลักภาระนี้มาให้ผู้ซื้อ ให้เจรจาแยกให้ชัดในสัญญาจะซื้อจะขาย เพราะเป็นเงินก้อนใหญ่ วิธีคำนวณค่าโอนและภาษีทั้งหมดอย่างละเอียดอ่านต่อได้ที่ ค่าโอน-ค่าจดจำนอง 2569
หลังเป็นเจ้าของแล้ว ที่ดินเปล่ายังมี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ต้องจ่ายทุกปี โดยที่ดินเปล่าที่ทิ้งว่างไม่ทำประโยชน์จะถูกเก็บในอัตรา "รกร้างว่างเปล่า" ที่เริ่ม 0.30% และเพิ่มขึ้นทุก 3 ปีที่ปล่อยรกร้าง สูงสุดถึง 3% ซึ่งแพงกว่าที่ดินเกษตรหรือที่อยู่อาศัยมาก ดังนั้นถ้าซื้อที่ดินเก็บไว้ ควรวางแผนใช้ประโยชน์ เช่น ปลูกพืชเกษตร เพื่อให้เข้าอัตราภาษีที่ต่ำลง รายละเอียดอัตราภาษีที่ดินแต่ละประเภทอ่านต่อที่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569
ก่อนวางมัดจำ ควรทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ระบุเงื่อนไขให้ครบ ทั้งราคา กำหนดโอน ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ และเงื่อนไขคืนมัดจำหากตรวจพบปัญหาเอกสารสิทธิ์ วิธีทำสัญญาให้รัดกุมอ่านต่อที่ สัญญาจะซื้อจะขาย 2569
ที่ดินแนะนำและวิธีเลือกทำเล
เลือกที่ดินตามวัตถุประสงค์ให้ชัดก่อน คือ ซื้อเพื่อปลูกบ้านอยู่เอง ซื้อเพื่อลงทุนรอราคาขึ้น หรือซื้อเพื่อพัฒนาโครงการ เพราะแต่ละเป้าหมายมองทำเลและเอกสารสิทธิ์คนละแบบ ที่ดินปลูกบ้านเน้นทางเข้า-ออกดี น้ำไฟถึง และผังเมืองที่อยู่อาศัย ส่วนที่ดินลงทุนเน้นทำเลที่มีแนวโน้มพัฒนา เช่น ใกล้แนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในอนาคต
- ซื้อเพื่อปลูกบ้านอยู่เอง — เลือกโฉนดที่ติดถนนสาธารณะ มีไฟฟ้า-ประปาถึง ผังเมืองสีเหลืองหรือส้ม ระดับที่ดินไม่ต่ำกว่าถนน และไม่อยู่แนวน้ำท่วม
- ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว — เน้นทำเลที่มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชัดเจน แต่ระวังภาษีที่ดินรกร้างถ้าปล่อยว่าง วางแผนใช้ประโยชน์ระหว่างรอ
- ซื้อเพื่อพัฒนาโครงการ — ต้องตรวจผังเมือง ข้อกำหนดความหนาแน่น ระยะร่น และ FAR/OSR ให้ตรงกับสิ่งที่จะสร้าง ปรึกษาสถาปนิกก่อนซื้อ
- ทุกกรณี — ให้เจ้าหน้าที่ที่ดินรังวัดชี้แนวเขตจริง เทียบเนื้อที่ และตรวจภาระผูกพันหลังโฉนดก่อนโอนเสมอ
ทีม SW19 เชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์ทำเลกรุงเทพฯ ทั้งคอนโด บ้าน ทาวน์โฮม และที่ดินในเมือง หากคุณกำลังมองหาที่ดินหรืออสังหาฯ ในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทักทีมงานให้ช่วยแนะนำและตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่ sw19.co.th ส่วนใครที่กำลังเทียบระหว่างซื้อที่ดินปลูกบ้านเองกับซื้อบ้านสร้างเสร็จ ลองอ่าน บ้านมือหนึ่ง vs บ้านมือสอง ประกอบการตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ที่ดิน ส.ป.ก. ซื้อขายได้ไหม?
ไม่ได้ ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เป็นที่ดินของรัฐที่ให้เกษตรกรใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ห้ามซื้อขายหรือโอนสิทธิให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทายาทโดยเด็ดขาด การซื้อด้วยสัญญากันเองไม่มีผลทางกฎหมาย ผู้ซื้ออาจถูกยึดคืนและเสียเงินฟรี แม้ปี 2568-2569 จะมีนโยบายทดลองปรับสิทธิเป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรมบางพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ใช่โฉนดกรรมสิทธิ์เต็มที่ซื้อขายอิสระได้
โฉนดกับ น.ส.3ก ต่างกันยังไง อันไหนดีกว่า?
โฉนด (น.ส.4) คือกรรมสิทธิ์เต็มในที่ดิน แนวเขตชัดเจนจากการรังวัด ซื้อขายจำนองได้เต็มที่และปลอดภัยที่สุด ส่วน น.ส.3ก เป็นเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ มีสิทธิครอบครองแต่ยังไม่ใช่กรรมสิทธิ์เต็ม แม้จะซื้อขายโอนได้ แต่แนวเขตอาจไม่ละเอียดเท่าโฉนด แนะนำให้ซื้อที่ดินที่เป็นโฉนดก่อน หรือถ้าเป็น น.ส.3ก ควรยื่นออกโฉนดให้เรียบร้อยก่อนหรือระหว่างการซื้อขาย
ที่ดินตาบอดคืออะไร ซื้อได้ไหม?
ที่ดินตาบอดคือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ ต้องผ่านที่ดินคนอื่นเข้า-ออก ตามกฎหมายเจ้าของมีสิทธิเรียก "ทางจำเป็น" ผ่านที่ข้างเคียงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349-1350 แต่ต้องจ่ายค่าทดแทนและมักต้องฟ้องร้อง เสียเวลาและเงิน ถ้าจะซื้อที่ดินตาบอด ต้องเจรจาให้ผู้ขายจดทะเบียนภาระจำยอมทางเข้า-ออกไว้หลังโฉนดให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นไม่ควรซื้อ
ค่าโอนที่ดินปี 2569 เท่าไร ที่ดินเปล่าได้ลด 0.01% ไหม?
ค่าธรรมเนียมโอนที่ดินปกติคือ 2% ของราคาประเมิน บวกภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้าผู้ขายขายภายใน 5 ปี) หรืออากรแสตมป์ 0.5% และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย มาตรการลดค่าโอนเหลือ 0.01% ปี 2569 เน้นที่อยู่อาศัย (บ้าน คอนโด อาคารพร้อมที่ดิน) ราคาไม่เกิน 7 ล้าน ที่ดินเปล่าโดยทั่วไปไม่เข้าเกณฑ์ จึงต้องเตรียมค่าโอนเต็มอัตรา ควรตรวจเงื่อนไขมาตรการล่าสุดกับกรมที่ดินก่อนโอน
ซื้อที่ดินเปล่าเก็บไว้ ต้องเสียภาษีอะไรทุกปีไหม?
ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกปี ที่ดินเปล่าที่ทิ้งว่างไม่ทำประโยชน์เข้าอัตรา "รกร้างว่างเปล่า" เริ่มที่ 0.30% ของราคาประเมิน และเพิ่มทุก 3 ปีที่ปล่อยรกร้าง สูงสุด 3% ซึ่งแพงกว่าที่ดินเกษตรหรือที่อยู่อาศัยมาก วิธีลดภาระคือใช้ที่ดินทำเกษตร เช่น ปลูกพืช เพื่อเข้าอัตราภาษีเกษตรที่ต่ำกว่ามาก อ่านอัตราภาษีแต่ละประเภทได้ที่คู่มือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของเรา
ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนวางมัดจำที่ดิน?
อย่างน้อยต้องตรวจ 5 อย่าง คือ (1) เอกสารสิทธิ์ว่าเป็นโฉนดหรือ น.ส.3ก ที่โอนได้จริง โดยนำเลขโฉนดไปตรวจที่สำนักงานที่ดิน (2) ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตรงกับผู้ขาย (3) ภาระผูกพันหลังโฉนด เช่น จำนอง อายัด ภาระจำยอม (4) สีผังเมืองว่าสร้างสิ่งที่ตั้งใจได้ไหม (5) แนวเขตและเนื้อที่จริงโดยให้เจ้าหน้าที่รังวัดชี้เขต ทั้งหมดนี้ควรทำก่อนวางมัดจำ เพราะเงินมัดจำเรียกคืนยากถ้าพบปัญหาภายหลัง
สรุป: ซื้อที่ดินให้ปลอดภัย ตรวจเอกสารและสภาพจริงก่อนมัดจำ
หัวใจของการซื้อที่ดินคือ ตรวจเอกสารสิทธิ์ว่าโอนได้จริง (เลี่ยง ส.ป.ก. และ ส.ค.1) อ่านผังเมืองว่าสร้างอะไรได้ ตรวจทางเข้า-ออกให้ติดถนนสาธารณะหรือมีภาระจำยอม และคำนวณต้นทุนถมที่กับภาษีให้ครบ เพราะความเสี่ยงของที่ดินซ่อนอยู่ในเอกสารและข้อกฎหมายมากกว่าตัวทรัพย์ ที่ดินสวยราคาถูกที่ตรวจไม่ดีอาจกลายเป็นเงินจมที่ขายต่อไม่ได้
ก่อนวางมัดจำ ให้ตรวจ 5 อย่างให้ครบ ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่มีเงื่อนไขคืนมัดจำหากพบปัญหาเอกสารสิทธิ์ และให้เจ้าหน้าที่ที่ดินรังวัดชี้แนวเขตจริงในวันโอนเสมอ หากต้องการคำปรึกษาเรื่องอสังหาริมทรัพย์ทำเลกรุงเทพฯ ทักทีม SW19 ได้ที่ sw19.co.th


