SW19
กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร แก้ยังไง 2569

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร แก้ยังไง 2569

กู้บ้านไม่ผ่านเกิดจากสาเหตุหลัก 3 กลุ่ม คือ ประวัติเครดิตมีปัญหา ภาระหนี้สูงเกินไป และรายได้ไม่มีหลักฐานเพียงพอ — ข่าวดีคือเกือบทุกสาเหตุแก้ได้ ใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือนถึงราว 1 ปี แล้วยื่นใหม่ให้ผ่านได้จริง

ถ้าคุณเพิ่งโดนธนาคารปฏิเสธมา อย่าเพิ่งรีบยื่นซ้ำทันที เพราะการยื่นใหม่ทั้งที่ปัญหาเดิมยังอยู่ ผลลัพธ์ก็มักเหมือนเดิม บทความนี้จะช่วยหาให้เจอก่อนว่าติดตรงไหน แล้วแก้ให้ตรงจุด พร้อมตอบคำถามยอดฮิตว่ายื่นธนาคารอื่นหรือหาคนกู้ร่วมช่วยได้แค่ไหน

สาเหตุที่ทำให้กู้บ้านไม่ผ่าน

สาเหตุยอดฮิตเรียงตามที่เจอบ่อย สรุปเป็นตารางเดียวพร้อมเวลาที่ต้องใช้แก้:

สาเหตุรายละเอียดเวลาที่ใช้แก้โดยประมาณ
ประวัติค้างชำระในเครดิตบูโรเคยค้างงวดบัตรเครดิต สินเชื่อ หรือผ่อนของเกิน 90 วัน — เหตุปฏิเสธอันดับหนึ่งของทุกธนาคารปิดหนี้แล้วรอประวัติแสดงการชำระปกติ ราว 1–3 ปี
ภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) สูงเกินยอดผ่อนรวมทุกก้อนบวกค่างวดบ้านใหม่ เกินราว 40–60% ของรายได้ต่อเดือน3–6 เดือน (ปิดหนี้เล็ก ลดวงเงินบัตร)
รายได้ไม่มีหลักฐาน / ไม่สม่ำเสมออาชีพอิสระรับเงินสด ไม่เดินบัญชี ไม่ยื่นภาษี — ธนาคารมองว่าไม่มีรายได้6–12 เดือน (เดินบัญชี + ยื่นภาษี)
อายุงานน้อยเกินไปยังไม่ผ่านทดลองงาน หรือเพิ่งเปลี่ยนงานใหม่หมาดรอครบ 6 เดือน – 1 ปี
ราคาประเมินทรัพย์ต่ำกว่าราคาซื้อธนาคารให้วงเงินตามราคาประเมิน ส่วนต่างต้องจ่ายเอง ถ้าไม่มีเงินสดพอ ดีลก็ไปต่อไม่ได้ต่อรองราคาใหม่ หรือเพิ่มเงินดาวน์
เอกสารไม่ครบ / ข้อมูลไม่ตรงสลิปกับ Statement ไม่ตรงกัน เอกสารหมดอายุ หรือกรอกข้อมูลพลาดแก้ได้ทันที — ยื่นใหม่ได้เร็วสุด

ข้อควรรู้: ธนาคารแต่ละแห่งใช้เกณฑ์ไม่เท่ากัน บางคนโดนปฏิเสธที่หนึ่งแต่ผ่านอีกที่ได้ — แต่ก่อนจะรีบยื่นที่ใหม่ ให้เช็กก่อนว่าปัญหาของเราคือข้อไหน ถ้าเป็นเรื่องบูโรหรือ DSR ยื่นกี่ที่ก็มักเจอคำตอบเดิม

เช็กว่าตัวเองติดปัญหาอะไร

วิธีหาสาเหตุที่ตรงที่สุดมี 3 ขั้น: ถามธนาคาร ขอรายงานเครดิตบูโรมาดูเอง และคำนวณ DSR ของตัวเอง

เช็กสาเหตุกู้บ้านไม่ผ่านจากรายงานเครดิตบูโรและ Statement

ขั้นที่ 1 — ถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อตรงๆ ธนาคารมักไม่แจ้งเหตุผลละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถ้าถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสมักได้คำใบ้ว่าติดเรื่องเครดิต ภาระหนี้ หรือรายได้ — แค่รู้หมวดก็แก้ถูกทางแล้ว

ขั้นที่ 2 — ขอรายงานเครดิตบูโรของตัวเอง ผ่านแอปธนาคารหลัก ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร หรือที่ทำการไปรษณีย์ ค่าบริการหลักร้อยบาท ไล่ดูทีละบัญชีว่ามีรายการไหนขึ้นสถานะค้างชำระ มีหนี้ที่ลืมไปแล้วหรือหนี้ที่ไม่ใช่ของเราหรือไม่ (ถ้าเจอข้อมูลผิด ยื่นเรื่องโต้แย้งกับเครดิตบูโรได้)

ขั้นที่ 3 — คำนวณ DSR ของตัวเอง สูตรง่ายๆ:

DSR = (ยอดผ่อนหนี้ทุกก้อนต่อเดือน + ค่างวดบ้านที่จะกู้) ÷ รายได้ต่อเดือน × 100

ตัวอย่าง: เงินเดือน 50,000 บาท ผ่อนรถ 8,000 ผ่อนบัตร 4,000 และค่างวดบ้านที่จะกู้ราว 18,000 → DSR = (8,000 + 4,000 + 18,000) ÷ 50,000 = 60% ซึ่งชนเพดานของธนาคารส่วนใหญ่พอดี — เคสแบบนี้แค่ปิดหนี้บัตร 4,000 ก็ดึง DSR ลงเหลือ 52% โอกาสผ่านต่างกันมาก

วิธีแก้และเตรียมตัวยื่นใหม่

แก้ให้ตรงกับปัญหาที่เช็กเจอ ตามตารางนี้:

ปัญหาที่เจอวิธีแก้ยื่นใหม่ได้เมื่อไร
มีประวัติค้างชำระปิดหนี้ค้างทั้งหมดทันที เก็บหลักฐานการปิดบัญชีไว้ แล้วสร้างประวัติชำระตรงเวลาต่อเนื่องหลังปิดหนี้และมีประวัติดีต่อเนื่อง 12 เดือนขึ้นไป ยิ่งนานยิ่งดี
DSR สูงปิดหนี้ก้อนเล็กก่อน (ผ่อนของ สินเชื่อบุคคล) ลดหรือปิดวงเงินบัตรที่ไม่ใช้ งดก่อหนี้ใหม่ทุกชนิด3–6 เดือนหลังภาระหนี้ลดลงจริง
รายได้ไม่มีหลักฐานรับเงินผ่านบัญชีธนาคารทั้งหมด เดินบัญชีสม่ำเสมอ และยื่นภาษีให้เรียบร้อยหลังมี Statement สวยต่อเนื่อง 6–12 เดือน
อายุงานน้อยรอให้ผ่านทดลองงานหรือครบ 1 ปี ระหว่างนั้นเก็บเงินดาวน์เพิ่มตามอายุงานที่ธนาคารกำหนด
ราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อต่อรองราคากับผู้ขายโดยใช้ราคาประเมินเป็นข้อมูล หรือเพิ่มเงินดาวน์ปิดส่วนต่างทันทีที่ตกลงราคากันใหม่ได้
เตรียมยื่นกู้ใหม่ เพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อบ้าน

ระหว่างรอยื่นใหม่ ให้ใช้เวลาเตรียมตัวตามเช็คลิสต์ใน เตรียมตัวขอสินเชื่อบ้าน 2569 Pre-approval และเอกสารที่ต้องมี — รอบสองควรยื่นแบบมีเอกสารครบชุดและ DSR ที่ดูดีตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ยื่นไปลุ้นไป

ยื่นกู้ธนาคารอื่นหรือกู้ร่วมช่วยได้ไหม

ช่วยได้ทั้งสองทาง แต่ต้องใช้ให้ถูกสถานการณ์

ยื่นธนาคารอื่น — เหมาะเมื่อปัญหาของเราเป็นเรื่อง "เกณฑ์" ไม่ใช่ "คุณสมบัติ" เช่น อายุงานเฉียดเกณฑ์ อาชีพอิสระที่บางธนาคารรับพิจารณายากกว่า หรือทรัพย์บางประเภทที่บางแห่งไม่ปล่อยกู้ กรณีแบบนี้ธนาคารที่สองสามอาจอนุมัติได้จริง แนะนำยื่นเปรียบเทียบ 2–3 แห่งตั้งแต่แรก โดยเฉพาะธนาคารที่ใช้บัญชีเงินเดือนอยู่ (ดูวิธีเลือกธนาคารและเปรียบเทียบดอกเบี้ย: สินเชื่อบ้าน 2569) แต่ถ้าติดบูโรหรือ DSR เกิน การไล่ยื่นหลายที่ไม่ช่วยอะไร — แก้ปัญหาก่อนแล้วค่อยยื่น

หาคนกู้ร่วม — เหมาะเมื่อรายได้คนเดียวไม่พอหรือ DSR ตึง ผู้กู้ร่วมต้องเป็นคู่สมรสหรือญาติสายตรง (พ่อแม่ พี่น้อง ลูก) ธนาคารจะนำรายได้และหนี้ของทั้งคู่มารวมพิจารณา ทำให้วงเงินเพิ่มขึ้นได้มาก ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจ:

  • ผู้กู้ร่วมมีภาระหนี้เท่ากับผู้กู้หลักตามกฎหมาย — ถ้างวดไหนไม่มีใครจ่าย เครดิตเสียทั้งคู่
  • ชื่อผู้กู้ร่วมจะติดภาระในเครดิตบูโร ทำให้กู้ก้อนอื่นของตัวเองยากขึ้นระหว่างนั้น
  • ตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์ในโฉนดให้ชัดตั้งแต่แรกว่าใส่ชื่อใครบ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กู้ไม่ผ่านแล้วเงินมัดจำได้คืนไหม?

ขึ้นอยู่กับสัญญาจะซื้อจะขาย — ถ้าระบุเงื่อนไข "หากกู้ไม่ผ่านให้คืนเงินมัดจำ" ไว้ ผู้ขายต้องคืนตามสัญญา แต่ถ้าไม่ได้เขียนไว้ ผู้ขายมีสิทธิริบได้ ดังนั้นก่อนวางมัดจำทุกครั้งต้องใส่เงื่อนไขนี้เสมอ และทางที่ดีควรขอ Pre-approval ให้รู้วงเงินก่อนวางมัดจำ

เคยติดหนี้เสีย ต้องรอกี่ปีถึงกู้บ้านได้?

เครดิตบูโรเก็บประวัติย้อนหลังราว 3 ปี — หลังปิดหนี้เสียแล้ว ประวัติค้างจะยังแสดงอยู่และค่อยๆ เลื่อนหายไปตามเวลา ธนาคารส่วนใหญ่อยากเห็นประวัติชำระปกติต่อเนื่องอย่างน้อย 1–2 ปีหลังปิดหนี้ บางเคสที่ปิดหนี้นานแล้วและรายได้แข็งแรง กู้ผ่านได้ก่อน 3 ปีก็มี

โดนปฏิเสธธนาคารแรก ควรยื่นที่อื่นต่อเลยไหม?

ถ้าสาเหตุเป็นเรื่องเกณฑ์เฉพาะของธนาคารนั้น (อายุงาน ประเภทอาชีพ ประเภททรัพย์) ยื่นที่อื่นต่อได้เลยและมีโอกาสผ่าน แต่ถ้าสาเหตุคือประวัติบูโรหรือภาระหนี้สูง ให้หยุดแก้ปัญหาก่อน เพราะทุกธนาคารเห็นข้อมูลบูโรชุดเดียวกัน ยื่นต่อก็มักโดนปฏิเสธซ้ำ

จ้างบริษัทรับแก้เครดิตบูโรหรือทำ Statement ได้ไหม?

อย่าเด็ดขาด — ไม่มีใคร "ลบ" ประวัติเครดิตบูโรได้ นอกจากเจ้าของข้อมูลโต้แย้งข้อมูลที่ผิดพลาดผ่านช่องทางทางการของเครดิตบูโรเอง ส่วนการทำ Statement หรือเอกสารรายได้ปลอมเป็นความผิดอาญา ธนาคารตรวจเจอง่ายและจะถูกขึ้นบัญชีปฏิเสธถาวร เสียยิ่งกว่าเดิมมาก

กู้ร่วมกับแฟนที่ยังไม่จดทะเบียนได้ไหม?

ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้กู้ร่วมเป็นคู่สมรสตามกฎหมายหรือญาติสายตรงเท่านั้น คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนบางธนาคารรับพิจารณาเป็นกรณีไป (มักขอหลักฐานอยู่ร่วมกันจริง) แนะนำสอบถามเงื่อนไขแต่ละธนาคารโดยตรง หรือเลือกกู้คนเดียวแล้วใส่ชื่อในโฉนดตามที่ตกลงกัน

สรุป: กู้ไม่ผ่านไม่ใช่ทางตัน แค่ต้องแก้ให้ตรงจุด

ลำดับที่ถูกต้องหลังโดนปฏิเสธ: หาสาเหตุให้เจอ (ถามธนาคาร + เช็กบูโร + คำนวณ DSR) → แก้ตามตาราง → เตรียมเอกสารใหม่ให้ครบ → ยื่นใหม่แบบมั่นใจ เคสส่วนใหญ่ที่ตั้งใจแก้จริง กลับมากู้ผ่านได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี

อ่านคู่มือฉบับเต็มก่อนยื่นรอบใหม่: เตรียมตัวขอสินเชื่อบ้าน Pre-approval และเอกสารที่ต้องมี และ คู่มือซื้อบ้านหลังแรกฉบับสมบูรณ์

มองหาบ้านหรือคอนโดที่ตรงกับงบจริงของคุณอยู่? ทีม SW19 ช่วยคัดทรัพย์ย่านลาดพร้าวและทั่วกรุงเทพฯ ให้ตรงวงเงินกู้ได้ ดูทรัพย์ทั้งหมดที่ sw19.co.th หรือแอดไลน์ทักทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาฟรี

แชร์บทความ

LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง